ควรลาออกดีไหมคะ เรางงมากกกและเสียใจจนไม่รู้จะทำยังไงค่ะ

เรื่องยาวหน่อยนะคะ ขอระบายและขอคำปรึกษาจากเพื่อนๆ ในบอร์ดหน่อยค่ะ เราอายุ 32 ปี ทำงานพยาบาลอยู่รพ.รัฐเล็กๆ ย่านนนทบุรี เป็นงานที่รักนะคะ แต่ช่วงสองเดือนมานี้มันเริ่มบั่นทอนจิตใจมากขึ้นเรื่อยๆ จนคิดหนักจริงๆ ว่าควรทนต่อหรือพอแค่นี้ดี

เริ่มจากสถานการณ์เมื่อประมาณเกือบเดือนก่อนค่ะ หัวหน้าแผนกเรา
ไม่ขอเอ่ยนาม) เช้าวันหนึ่งประมาณ 07:30 เขาเดินเข้ามาบอกกับทีมว่าเขามีคิวอบรมด่วนสัปดาห์หน้า ต้องหาคนมาทำเวรเย็นของเขา 4 รอบ ซึ่งแทนกันได้แค่คนละวัน เขาบอกว่าให้หาเพื่อนพยาบาลมาช่วยแจมได้ ไม่เป็นไร เราเลยอาสาไปทับเวรบางรอบ เพราะคิดว่าเป็นทีมและเราไม่มีแผนพิเศษอะไร แต่หัวหน้าไม่ได้ขอบคุณหรือคุยเรื่องการปรับตารางชัดเจนนะคะ เป็นการบอกแบบผ่านๆ แล้วก็วางปากกาไว้บนโต๊ะแล้วเดินจากไปเฉยๆ

ผ่านมาสองสัปดาห์ หัวหน้าอบรมเสร็จ กลับมาแล้วก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ปัญหาคือหลังจากที่เขากลับมา เขาเริ่มมาตำหนิเล็กๆ น้อยๆ กับการทำงานของคนในทีมทั้งๆ ที่บางอย่างเป็นข้อจำกัดของระบบรพ. หรือเป็นความผิดพลาดเล็กๆ ที่เราและทีมพยายามแก้อยู่ เขาชอบยกตัวอย่างเฉพาะกรณีที่ไม่ดี แล้วบอกว่าอยากให้คนรับผิดชอบจริงๆ ลองดูนะ ทุกคนอึดอัดค่ะ

เหตุการณ์เป็นจุดแตกหักเมื่อมีเคสคนไข้ที่ต้องย้ายฉุกเฉินกลางดึก ประมาณตีสองกว่า 02:15 ซึ่งการประสานเกิดความล่าช้าจากหลายฝ่ายที่ไม่ใช่แผนกเรา แต่หัวหน้ากลับมาปรับความผิดและให้เราช่วยเติมช่องโหว่ด้วยการรื้อเวรพนักงานให้ทุกคนทำงานเพิ่มอีกวันโดยไม่ให้ค่าชดเชยชัดเจน บอกว่า "ทีมต้องช่วยกัน" แล้วหัวหน้าก็บอกว่าเขาไม่ผิดที่ประสานล่าช้าเพราะมีงานเอกสาร แต่ก็ไม่ได้ยอมรับอะไรตรงๆ เลยค่ะ เราต้องเสียเวลาเพิ่มประมาณ 6 ชั่วโมงรวมทั้งหมดของสัปดาห์นั้น เพราะต้องมาทำเวรแทน และเผลอเลื่อนนัดหมอฟันที่จองไว้ล่วงหน้า 2 เดือน ซึ่งจองยากมากกก จริงงง

เราเองก็เป็นคนไม่อยากมากเรื่อง แต่มันคือการที่หัวหน้าบอกให้เราแบกรับความรับผิดชอบแทนทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของทีม จนเราต้องยอมเสียเวลาส่วนตัวไปเติมเวร เผลอต้องเลื่อนนัด หมอ เครื่องสำอางอะไรแบบนั้น จากนัด 10 โมงเช้า เป็นเลื่อน 3 รอบแล้ว โดนมองว่า "ทำไม่ดีพอ" เมื่อเราพยายามอธิบายเหตุผล การพูดคุยจึงกลายเป็นการโต้เถียงเล็กๆ ที่เราแพ้ เพราะเขาเป็นหัวหน้า และมักจะปิดท้ายด้วยประโยคแบบ "ก็แค่นี้เอง" ทำให้รู้สึกว่าความเหนื่อยของเราถูกทำให้เล็กลงไปมาก

เพื่อนร่วมงานบางคนก็กลัวถูกมองไม่ดี เลยรับไปทำ ทั้งที่บางคนมีลูกเล็กๆ ต้องรับส่งโรงเรียน บางคนต้องไปเรียนต่อ ก็บอกว่า "ก็ช่วยกันหน่อย" เราก็เห็นใจนะคะ แต่ความเห็นใจมันมีขอบเขต หรือมีป่ะ เราเริ่มรู้สึกว่าโดนเอาเปรียบ เหมือนคนที่พร้อมจะเสียสละมากกว่าคนอื่นแต่ไม่ได้รับการเห็นคุณค่า

ตอนนี้เราพยายามคุยกับหัวหน้าครั้งนึงหลังเลิกงานแบบเงียบๆ ประมาณ 18:45 ว่าอยากให้มีการปรับตารางหรือชดเชยเวลาพัก แต่เขาตอบสั้นๆ ว่า "จัดการเองได้" แล้วก็กลับไปทำหน้าที่อย่างเดิม ไม่มีแผนแก้ไขจริงจัง เราเลยรู้สึกท้อและสับสนมากว่าเราควรทำยังไงต่อดี จะเป็นคนยอมรับสภาพต่อไปหรือควรยืนหยัดเรียกร้องสิทธิ์ซึ่งกลัวว่าจะเป็นการยกธงสู้กับหัวหน้าซึ่งอาจทำให้บรรยากาศแย่ลงกว่าเดิม

ตอนนี้เราเริ่มมีอาการนอนไม่ค่อยหลับ บางคืนตื่นมาคิดเรื่องงานจนปวดหัว ตื่นมาดูนาฬิกา 03:20 แล้วนอนไม่ได้อีกเลย อารมณ์กับครอบครัวก็พร่องลง นี่แหละที่ทำให้เรากลัวว่าถ้าทนต่อไปอาจทำให้คุณภาพการทำงานลดลงและส่งผลต่อคนไข้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเกลียดที่สุดถ้าจะทำผิดพลาดกับคนไข้เพราะเหตุผลทางอารมณ์หรือความเหนื่อยล้าของตัวเอง

บางครั้งก็คิดว่าเราอ่อนไปไหม หรือเราคิดมากเกินจริงไปเองนะคะ หรือบางทีจขกท ควรหาโอกาสคุยกับหัวหน้าอีกครั้งแบบจริงจัง ขอทำบันทึกขอเปลี่ยนแปลงตารางอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร หรือปรึกษากับฝ่ายบุคคล แต่ก็กลัวว่าจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้น

ช่วยย้ำความคิดหรือบอกมุมมองหน่อยค่ะ เพื่อนๆ ที่เป็นพยาบาลหรือทำงานโรงพยาบาลเคยเจอแบบนี้บ้างไหมคะ เคยขอเปลี่ยนตาราง/ขอชดเชยแล้วได้ผลยังไง หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ ควรลาออกดีไหมคะ การลาออกตอนอายุ 32 แถมงานพยาบาลหางานไม่ยาก แต่ใจผูกพันกับที่นี่และคนไข้มากกก จิงๆ เสียใจนะคะ แต่ก็ไม่อยากให้ตัวเองหมดไฟจนทำงานได้แย่ลง

เราอยากได้คำตอบแบบจริงใจนะคะ ใครมีประสบการณ์คล้ายๆ กันเล่าให้ฟังหน่อย อยากรู้ว่าถ้าเป็นพวกเธอจะทำยังไง

ป.ล. ถ้าข้อมูลไม่ครบถามได้ค่ะ จะเล่าเพิ่มได้ แต่ตอนนี้ยังงงอยู่ T_T