ยืมล็อกอินเพื่อนมาโพสต์ครับ
คือเรื่องมันเริ่มจากวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แล้ว ตอนแรกคิดว่าเป็นแค่ความบังเอิญ แต่มันค่อยๆ ทับถมจนเราเริ่มไม่แน่ใจในตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ผมอายุ 26 ทำงานเป็นครูที่โรงเรียนเล็กๆ ในจังหวัดนนทบุรี อยู่กับแฟนคบกันมาเกือบสองปีแล้ว ความสัมพันธ์โดยรวมก็ดี มีทะเลาะบ้างปกติ แต่ไม่เคยคิดว่ามันจะมาถึงจุดที่เราเริ่มสงสัยแบบนี้ครับ
สั้นๆ ก่อนนะ. งงมาก.
เหตุการณ์คือวันเสาร์แฟนบอกว่าจะไปช่วยงานที่บ้านญาติแถวเมืองนนท์บ่ายๆ ถึงเย็น แล้วจะกลับมาหาเรา ตอนนั้นผมเตรียมสอนพิเศษตอนเย็น ประมาณ 18:30-20:00 เลยไม่ได้คิดอะไร รอข้อความอยู่ ผมมองนาฬิกาแบบแอนะล็อกที่ติดผนังมันชี้ประมาณ 21:40. ในใจคิดว่าเธอกลับมาแป๊บเดียวก่อนมาส่งเราไปสอน แต่พอเวลาล่วงเลยไปถึงสามทุ่มกว่า โทรก็ไม่ติด ไลน์อ่านแต่ไม่ตอบ เราเริ่มเป็นห่วงเลยโทรหาอีกหลายครั้ง สุดท้ายก็เห็นว่าเธอโทรกลับตอนสี่ทุ่มสิบห้านาที เสียงฟังดูเหนื่อยๆ แต่ไม่ใช่เหนื่อยแบบเดียวกับที่เราเคยได้ยินก่อนหน้านี้ มันมีบางอย่างที่ทำให้เราสังเกตได้ แต่เราไม่แน่ใจว่าคิดมากไปเองมั้ยครับ
วันต่อมาเราบังเอิญเห็นสตอรี่อันนึงบนไอจีที่เธอลง เป็นรูปถ่ายย้อนแสงกลางคืนมีคนยืนอยู่สองคน เงามืดกับเสื้ออ่อนๆ เห็นเฉพาะ silhouette เราไม่ได้แท็กชื่อ ไม่มีแคปชั่นอะไรที่ชัดเจน แต่เงาของคนที่ยืนใกล้เธอทำให้เรารู้สึกแปลกๆ คือมันไม่ใช่เพื่อนกลุ่มปกติที่เราเคยเห็นในรูปก่อนหน้านี้ เราพยายามไม่ตัดสินแต่ใจมันเริ่มเต้นแรง แล้วเราก็สังเกตว่าในเดือนที่ผ่านมามีข้อความจากคนคนนึงในโทรศัพท์ของเธอที่เราไม่เคยเห็นชื่อมาก่อน บางครั้งข้อความสั้นๆ แบบมุกตลก หรือคำว่า 'มาเจอกันไหม' แบบนี้ เราไม่เคยถามเรื่องคนนี้โดยตรง เพราะกลัวว่าเป็นการรื้อฟื้นความไม่ไว้ใจก่อนเวลา แต่ความสงสัยมันกัดกร่อนเรื่อยๆ ครับ
เราเคยเป็นคนที่เชื่อใจง่ายนะ แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป บางคืนผมเผลอเปิดโทรศัพท์เธอเพราะอยากดูว่าเขาคนนั้นคุยยังไง แต่ก็คิดไปคิดมาว่ามันผิดส่วนตัวมาก เราเลยหยุดเอง แต่ความสงสัยมันยังวนอยู่ในหัว รู้สึกผิดกับตัวเองที่คิดไปไกลแบบนั้น และรู้สึกเสียใจด้วยที่ความสัมพันธ์ที่เคยสบายๆ กลายเป็นสถานการณ์แบบนี้
บางทีมันอาจจะเป็นเราเองที่คิดมากเกินไปนะครับ. หรือว่าเราอิจฉาจริงๆ ก็ไม่รู้.
มีเรื่องยิบย่อยอีก เช่น เธอเริ่มปิดโทรศัพท์เวลาอยู่กับเรา หรือวางโทรศัพท์คว่ำหน้า มันเป็นสิ่งเล็กๆ แต่สำหรับคนที่เคยเป็นคนเปิดโทรศัพท์คุยกรอกเสียงให้เราฟังพากันหัวเราะ มันต่างไปมากกก จริงงง คือแบบ ละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ เมื่อก่อนเธอจะบอกทุกอย่าง เช่น 'วันนี้มีเรื่องขำๆ ในห้องครู' หรือ 'เจอเพื่อนเก่ามา' แต่ตอนนี้คำบอกเล่าลดลงมาก เราถามก็ได้คำตอบสั้นๆ ว่า 'เหนื่อย' หรือ 'ไม่มีอะไร' เราก็พยายามให้อภัยให้อธิบาย แต่มันค้างคาในใจ
เพื่อนร่วมงานบางคนที่โรงเรียนก็เริ่มสังเกต เพราะผมเป็นคนที่ชอบคุยกับเพื่อนๆ มาก่อน แต่ช่วงนี้ผมเงียบลง เงียบมาก จนมีรุ่นพี่มาถามว่าเป็นอะไร แต่ผมไม่อยากเปิดปมให้ใหญ่ขึ้นในที่ทำงาน เลยเล่าแต่ส่วนที่มันไม่ซับซ้อน คือว่าเครียดกับเรื่องส่วนตัวแต่ไม่เล่าลงรายละเอียด เหมือนปกติแหละ แต่จริงๆ มันปะทุอยู่ในใจ
บางคืนผมนอนไม่หลับ คิดวนเรื่องเขาคนนั้น คิดว่าถ้าจริงจะทำยังไง ถามเลยมั้ย หรือค่อยๆ เก็บข้อมูลก่อน ควรรอให้ชัดเจนหรือควรเชื่อความรู้สึกตัวเอง เบื่อความไม่แน่นอนนี้ที่สุดแล้ว แต่ถ้าถามตรงๆ เผชิญหน้าเลย เธออาจจะอ้างว่าเราไม่ไว้ใจ หรือเราทำให้เรื่องบานปลาย เรากลัวจะทำลายสิ่งที่เราสองคนสร้างมา แต่ก็กลัวจะอยู่ด้วยความไม่รู้ต่อไปมากกว่า
ผมวางแผนว่าจะคุยกันแบบจริงจัง แต่ก็กลัวว่าถ้าพูดไปแล้วมันเป็นแค่ความคิดมากของผม จะทำให้เธอเสียใจและหงุดหงิดกับผมไปอีก เฮ้ออออ. งงและเหนื่อยใจมากครับ
เพื่อนๆ ที่เคยเจอแบบนี้บ้าง ช่วยแนะนำทีครับ เราควรคุยเปิดอกเลยไหม วัดกันไปตรงๆ หรือรอจนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนก่อน? หรือเราควรเชื่อใจแล้วปล่อยวาง เพราะบางทีเราอาจจะคิดมากเกินไปจริงๆ เรากลัวการตัดสินใจผิดไปทั้งสองทางครับ ช่วยหน่อยนะครับ เราควรทำยังไงดีครับ
ป.ล. ขอโทษด้วยที่ยาวไปหน่อย ผมเขียนระบายมากกก จริงงง 5555
งงมากครับ... รู้สึกเหมือนเป็นคนที่สามในความสัมพันธ์ของคนที่รักผม จิงๆ หรือเปล่า
6
0
0
ยังไม่มีความคิดเห็น