เพื่อนๆ ช่วยให้มุมมองหน่อยครับ เราควรจูงมือแต่งต่อมั้ย
คือเรื่องมันยาวนะครับ แต่จะเล่าให้พอตะไคร้เผื่อใครเคยเจอ เราอายุ 26 ทำพ่อค้าออนไลน์เล็กๆ อยู่พัทยา/ชลบุรี คบกับแฟนมาร่วมสามปี แรกๆ ทุกอย่างโอเคมากกก เราไม่โรแมนติกเท่าไหร่แต่เติมกันได้ เล็กๆ น้อยๆ ตอนคุยแต่งงานจริงจังประมาณเก้าเดือนก่อน แพลนว่าจะจัดเล็กๆ ที่บ้านย่านชานเมือง เพราะค่าใช้จ่ายถูก ญาติไม่เยอะ
ปัญหาเริ่มตอนเตรียมงานแต่งครับ ฝ่ายหญิงเป็นคนละเอียดมาก ชอบจัดระเบียบ ชอบวางแผน แต่เก็บเงินต่างจากเรา มีบัญชีแยกบอกจะรับผิดชอบค่าชุด ค่าแหวน ค่าตกแต่ง เราเก็บจ่ายงานเลี้ยงและพิธีตามตกลง เก็บจากขายของออนไลน์ บางเดือนดี บางเดือนแย่ แต่พอจัดการได้
ก่อนงานประมาณเกือบสองเดือน เธออยากเปลี่ยนธีม เพิ่มเซอร์ไพรส์ให้ญาติ อยากเชิญคนมากขึ้น เราตกใจเพราะงบไม่ได้เผื่อ แต่เธอบอกไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันจัดการ มีเงินเก็บอย่างนึง แล้วพูดว่า "ไม่ต้องเครียดเรื่องเงิน เดี๋ยวฉันจัดการ" เราก็วางใจ
แต่คืนหนึ่งตอนประมาณหกโมงเย็น เธอยืมโทรศัพท์เราไปตอบข้อความแล้วลืมล็อกแอพไว้ เราเห็นสเตตัสกับแชทโดยบังเอิญ—มีข้อความคุยเรื่องการยืมเงินกับเพื่อนเก่าเป็นจำนวนหนึ่ง แล้วมีแผนไปเที่ยวแล้วกลับมาจัดงานต่อ อ่านแล้วหน้าหลุดเลยนะ
ไม่ชอบล้วงความลับหรอก แต่ครั้งนั้นคาใจจริงๆ เลยถามตรงๆ เอาเงินไปใช้เรื่องไหน เธอบอกซื้อของส่วนหนึ่งแล้วและยืมเพื่อนไว้ชั่วคราว จะคืนเร็วๆ เราเชื่อเพราะรู้จักเพื่อนคนนั้นบ้าง แต่เวลาผ่านไป เธอเริ่มปิดบังบ่อยขึ้น ทั้งเรื่องบัญชี ทั้งการคุยกับพ่อแม่เรื่องเงิน บอกว่า "ไม่ใช่เรื่องสำคัญ" แต่พอเราถามละเอียดกลับหงุดหงิด ใส่เสียงว่ากลัวเราเอาแต่คิดมาก
เงียบไปสองสามวันก็มีโมเมนต์ดีๆ เหมือนเดิม เราก็อ่อนข้อ คิดว่าเป็นความเครียดเตรียมงาน แต่หลังงานเสร็จ เรื่องเงินยังมีปัญหา เธอเริ่มเอาเงินส่วนตัวมาใช้ซื้อของฟุ่มเฟือยแบบที่เราไม่คาดคิด เช่น ซื้อเครื่องประดับที่ดูราคาแรงสำหรับเรา โดยบอกว่าเป็นของขวัญให้ตัวเองที่ทนกับการเตรียมงานมาได้ เราไม่ได้หวงแบบควบคุม แต่รู้สึกว่าการตัดสินใจทางการเงินมันขัดกับที่คุยก่อนแต่ง และเวลาพูดถึงรวมบัญชีหรือวางแผนอนาคต เธอกลับหลบเลี่ยง บอกอยากเก็บบัญชีแยกไว้ก่อนเพราะยังไม่พร้อม
มีหลายครั้งที่รู้สึกเหมือนเป็นคนรั้งไว้ตลอด เช่น ตอนอยากซื้อกล่องเก็บของและเครื่องยิงสติกเกอร์เพื่อเปิดร้านออนไลน์ให้คล่องขึ้น เราขอให้ช่วยออกส่วนหนึ่ง เธอบอกว่าเธอก็มีค่าใช้จ่ายและอยากเก็บก่อน แต่พอถึงวันที่เราลำบากจริงๆ เธอกลับยืมเงินจากญาติหรือเพื่อนไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วก็ซื้อของที่บอกว่าจำเป็นสำหรับเธอ เรางงและเจ็บนิดๆ นะ เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ไม่โกรธมาก แต่แบบ...มันไม่ยุติธรรมอ่ะ
เคยคุยกันแบบใจเย็น ครั้งหนึ่งเราเอาสมุดบัญชีเล่มเล็กกับปากกาไปเปิดกันว่ามีรายรับรายจ่ายยังไง เดือนนี้เสียอะไรบ้าง จะเก็บยังไง แต่เธอเอื้อมมือแล้วขีดเส้นใต้ในสมุดว่า "เราไม่อยากให้เงินมากำหนดความสุข" บอกอย่าให้เรื่องเงินทำให้ทะเลาะกันต่อ เรารู้สึกโดนดึงให้เป็นฝ่ายผิด ทั้งๆ ที่เราพยายามเข้าใจ อยากแบ่งเบา อยากเป็นทีมเดียวกัน แต่เหมือนเธอยังอยากความเป็นตัวเองเรื่องการใช้เงิน
เราคิดมากไปไหม หรือเราเป็นคนควบคุมเกินไป? หรือวิถีชีวิตคนสองคนต้องปรับกันจริงๆ กลัวว่าแต่งไปแล้วเรื่องนิสัยเรื่องเงินจะหนักขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ยังไม่มีลูก แต่ถ้ามีภาระจะมากขึ้น ความอดทนเราจะยังไง เราอยากให้เป็นบทเรียน ไม่อยากให้ความโมโหครอบงำการตัดสินใจ
บางทีคิดปล่อยไปก็มี แต่ก็กลัวว่าจะโดนทิ้งให้แบกรับภาระคนเดียว ถ้ามีคนเคยเจอแบบนี้ช่วยคุยหน่อยครับ ว่ามีวิธีตั้งกติกาทางการเงินยังไงโดยไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกถูกจำกัดความเป็นตัวเองไหม หรือควรคุยยังไงให้ถึงแก่นจริงๆ โดยไม่กลายเป็นทะเลาะซ้ำๆ
หรือควรขอเวลาอีกสักปีเงียบๆ สังเกตพฤติกรรมก่อนตัดสินใจใหญ่ๆ ดีไหมครับ เรากลัวการตัดสินใจผิดมากกก จริงงง แต่ก็ไม่อยากเป็นคนขี้กลัว เค้ายังรักกันอยู่นะ แต่เรื่องนี้มันเครียดจริงๆ 5555
ใครมีประสบการณ์หรือเทคนิคคุยเรื่องเงินแบบไม่ให้คนฟังรู้สึกถูกโจมตี ช่วยบอกทีครับ T_T เดี๋ยวจะมาอัพเดทนะครับ (ยืมล็อกอินเพื่อนมาโพสต์ ฮาๆ)
เราอยากแต่งต่อดีไหมครับ — ชีวิตแต่งงานกับเรื่องเงินและนิสัยที่เปลี่ยบไปมากกก
1
0
0
ยังไม่มีความคิดเห็น