พิมพ์จากมือถือตอนตีห้า ขอโทษถ้าพิมพ์สะเปะสะปะนะครับ
เมื่อวานตื่นมาแล้วหัวไม่ค่อยจะไปทำงานวิจัยเลย เลยขอเอามาลงถามเพื่อนๆ หน่อยว่าเราเพียงคิดมากหรือมีอะไรผิดปกติจริงๆ กันแน่ ผมอายุ 31 กำลังเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพ แต่พักอยู่หัวหิน ทำวิจัยกับอาจารย์แล้วก็สอนพาร์ทไทม์บ้างครับ
สั้นๆ ก่อน. งงมาก.
คบกันมาประมาณเกือบสามปีแล้ว ก่อนเข้าป.โทเราเริ่มคบกัน เจอกันปลายสัปดาห์ส่วนใหญ่ ไปกินข้าวตามซอยแถวบ้าน แพลนเที่ยวต่างจังหวัดเดือนละครั้งสองครั้ง แล้วก็แบ่งจ่ายค่าโน่นนี่พวกค่าน้ำมันหรือค่ากาแฟ เรารู้สึกว่าเขาทำความเข้าใจเวลาที่เราเครียดเรื่องวิจัยจริงๆ ครับ แต่ช่วงสองเดือนมานี้มีพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้สงสัยขึ้นทีละนิด
มันเริ่มจากสตอรี่ไอจีที่เขาโพสต์ตอนประมาณสี่ทุ่มกว่าๆ ว่าคุยกันขำๆ กับ "เพื่อนเก่า" แล้วมีคนคอมเมนต์หัวเราะ เราไม่ซีเรียสแต่เขาเริ่มเก็บโทรศัพท์บ่อยขึ้น ไม่ปล่อยให้เราจับ แล้วเวลาเราอยู่ด้วยก็มักจะง่วนเปิดแชทกลุ่มหรือเฟซบ่อยมาก แต่พอเราถามก็ทำเป็นเฉยๆ บอกว่าเรื่องงานหรือเพื่อนเก่า เราก็โอเคนะ แต่คนที่โผล่ในสตอรี่บ่อยๆ เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เราไม่เคยคุยด้วย แต่เขาดูสนิทกับแฟนเรามากกว่าที่บอกว่าเป็นแค่เพื่อน
สองอาทิตย์ก่อนผมมีประชุมที่มหาวิทยาลัยแล้วต้องค้างหัวหินคืนหนึ่ง ทริปนั้นแฟนบอกว่าจะไปเยี่ยมแม่และกลับคืนวันอาทิตย์ แต่มาเช้าวันอาทิตย์มีคนแท็กรูปสองคนนั่งคาเฟ่ใกล้ชายหาดหัวหิน สตอรี่คือเขากับผู้ชายนั้นยิ้มหวาน ดูใกล้ชิดกว่าภาพเพื่อนคุยเล่น แล้วมีแคปชั่นกวนๆ ที่ทั้งคู่เข้าใจความหมายกันเอง เรางงมากเพราะรูปถ่ายที่คาเฟ่อยู่ในหัวหิน แต่บ้านแม่แฟนเขาอยู่ต่างจังหวัดคนละที่กันนะ มันไม่ตรงกันเลย
ผมเริ่มสังเกตเพิ่ม เช่น แชทดึกๆ กันบ่อย ส่งข้อความแล้วลบเร็วๆ แบบอ่านแล้วหาย สเตตัสบางอันไม่ให้เราเห็น ทั้งๆ ที่ปกติเห็นสตอรี่หมด มีครั้งหนึ่งเห็นประวัติการจองโต๊ะร้านอาหารชื่อคนจองไม่ใช่ชื่อผม เขาบอกว่าเป็นเพื่อนกลุ่มมหาลัย แต่มาจองหัวหินตอนกลางคืนบ่อยๆ ขนาดนั้นทำไม? เราคิดไปไกลแค่นั้นแหละ
ผมเป็นคนตรง พอสงสัยก็เลยคุยตรงๆ ครั้งแรกเขาหัวเราะแล้วบอกว่าเราคิดมากไป บอกว่าผู้ชายคนนั้นเป็นเพื่อนสมัยเรียนเคยช่วยงานบ้าง สตอรี่ก็แค่เพื่อนคุย ปกติเราเชื่อ แต่ไอ้การที่ไม่บอกว่าพักที่หัวหิน ทั้งๆ ที่เอาพวงกุญแจสีแดงใบเล็กติดกระเป๋าแล้วอยู่บ้านนี่ มันฟังไม่ค่อยลงตัวสำหรับผม เรารู้สึกว่าโดนปิดบังเรื่องเล็กๆ ซ้ำๆ จนมันกลายเป็นก้อนใหญ่
เขาแต่งตัวเปลี่ยนไป ช่วงนี้แคร์รูปลักษณ์มากขึ้น แล้วเวลาเราส่งรูปให้ เขาตอบช้า ถือโทรศัพท์นานกว่าเดิม บางครั้งตอบด้วยสตอรี่ที่มีนัยยะวนลูปแบบเดิม เวลาคนรักเริ่มชิดกับคนอื่นมันเซ็งมากกก แล้วผมก็ไม่อยากเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการ แต่รู้สึกถูกผลักออกจากพื้นที่ความเชื่อใจทีละน้อย จนเริ่มไม่แน่ใจความจริงใจของความสัมพันธ์นี้
พอคุยจริงจังครั้งที่สอง เขาโกรธและบอกให้ผมเลิกสงสัยโดยไม่มีเหตุผล บอกว่ามันทำให้ความสัมพันธ์พัง เลยเงียบไปหลายวัน เรารู้สึกผิดที่ทำให้ทะเลาะ แต่ก็หยุดสงสัยตัวเองไม่ได้ ลองขอดูข้อความก็ไม่ได้ ใครๆ ก็ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เราก็มึน
ก็อาจจะเป็นผมที่คิดมากไปก็ได้. หรือเขาแค่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น. หรืออาจจะมีคนใหม่จริงๆ ก็ได้. ผมไม่อยากเสียเขา แต่ก็ไม่อยากอยู่กับความไม่แน่ใจจนทำวิจัยสะดุด เครียดมากจนบางคืนนอนคิดสองชั่วโมงแล้วลุกมาทำอะไรไม่ได้เลย ตีหนึ่งตีสองก็นอนพลิกไปมา
เพื่อนๆ ที่เคยเจอแบบนี้ช่วยชี้แนะแบบตรงๆ หน่อยครับ ควรทำยังไง เชื่อใจแล้วปล่อยผ่านดีไหม หรือขอเห็นความจริงชัดๆ ควรตั้งคำถามแบบไหนให้ได้คำตอบที่จริงใจ ไม่ใช่แค่ปัดไปมา เราควรให้เวลาเขามั้ย หรือกดดันจนได้ความจริง เพราะกลัวว่าถ้าลากไปนานมันจะบั่นทอนจิตใจเราและงานวิจัย
งงมากจริงงง T_T 5555
ป.ล. ถ้าโพสต์นี้ไม่เหมาะ ขอโทษนะครับ แค่อยากได้มุมมองจากคนไม่เอียงไปฝั่งใด ฝั่งนึงเลย เค้าควรทำไงครับ?
งงมากครับ ชีวิตรักเหมือนเข้าไปอยู่ในมุมสามคนหรือเราแค่คิดมาก?
18
0
0
ยังไม่มีความคิดเห็น