เราแต่งงานมาเกือบสองปีแล้วค่ะ
คืออยากระบายแบบครึ่งขำครึ่งเซ็งมากกก ตอนเช้า 7:15 น. เราตื่นไปเปิดร้านเห็นกุญแจสีแดงวางบนเตาแก๊สแล้วแบบ...ไหงงี้อ่ะ หยิบขึ้นมาดูเป็นถุงพลาสติกพะรุงพะรังที่เขาเก็บมาจากโรงงานที่เขาไปโอทีไว้ประมาณ 1 ปี ก็ไม่ได้ทิ้งสักที เราขอให้ทิ้ง แต่เขาบอก “เดี๋ยวเก็บไว้ใช้นะ” แล้วก็ปล่อยให้เป็นแบบนั้นจนเราเริ่มซีดแล้ว
เรื่องเงินนี่หนักกว่า. เราอายุ 29 ทำงานเป็นพนักงานหน้าร้านย่านตลาดในนครราชสีมา ได้เงินเดือนประจำพอเลี้ยงชีวิต เก็บได้บ้าง น้อยบ้าง ขึ้นๆ ลงๆ มีหนี้งานแต่งที่ยังผ่อนเกือบสองปีแล้ว เราเป็นคนวางแผนการเงินในบ้าน พยายามเขียนบัญชีรายรับรายจ่ายให้ชัด แต่สามีมีนิสัยชอบใช้จ่ายแบบฉุกเฉินบ่อย เช่น โทรศัพท์เสียต้องเปลี่ยนทันที ทั้งๆ ที่เครื่องยังพอใช้งานได้อีกเป็นเดือนๆ หรือเอาเงินให้พ่อแม่บ่อยกว่าที่เราคิดสมเหตุสมผล เราไม่ได้ห้ามนะ แต่บางครั้งเงินส่วนที่เก็บไว้สำหรับฉุกเฉินหรือซ่อมบ้านก็หายไป พอเป็นงี้บางเดือนเราเลยต้องยืมเพื่อนมาเติมค่าน้ำมัน ใจนึงก็อยากจะบอกเฉยๆ แต่บางทีมันทำให้เราต้องเลื่อนการซื้อของจำเป็นออกไปอีก ประมาณ 3-4 ครั้งแล้ว
เราพยายามคุยแบบจริงจังนะ คืนหนึ่งประมาณตีสองเรานั่งคุยกันหลังเลิกงาน ยื่นกระดาษให้เขาดู เขากลับตอบว่า “งั้นก็จัดการเองสิ” หรือ “ผมก็ทำงานหนักนะ” เหมือนจะวัดกันว่าทำงานหนักเท่ากันหรือเปล่า ซึ่งมันไม่ใช่การแข่งขันเลยอ่ะ เค้า ตลกไหม มันทำให้เรารู้สึกโดนโยนความรับผิดชอบกลับมาทุกครั้ง เราก็พยายามไม่โวยวายเพราะกลัวจะทะเลาะกับพนักงานร้านด้วย (เสียงเราสูง เคยระเบิดแล้ว) แต่พอหลายรอบก็ทนไม่ไหว
อีกเรื่องคืองานแต่งกับไปเยี่ยมญาติของเขา — ตอนคบกันตกลงกันไว้ว่าจะช่วยกัน แต่หลังแต่งเขากลับไปบ้านเกิดบ่อยมากกก เพื่อช่วยงานญาติหรือเอาเงินให้ญาติ บางทีไม่ได้บอกล่วงหน้า เราก็ต้องออกค่าใช้จ่ายด้านหน้าร้านและบริหารบ้านเอง มันทำให้กลัวอนาคต กลัวว่าสักวันหนึ่งเราต้องแบกรับคนเดียว เราไม่อยากรังเกียจการช่วยเหลือเลยนะ แต่ต้องมีขอบเขตหรือแผน ไม่ใช่แบบงวดแล้วงวดเล่าโดยไม่มีการแจ้งหรือวางแผน
บางคืนก็คิดว่าตัวเองคิดมากเกินไปไหม เราอาจจะคุมมากไป ป่ะ อ่ะ อันนี้ไม่แน่ใจ ความรู้สึกมันซับซ้อน เรารักเขานะ แต่พอเรื่องแบบนี้เรื่อยๆ มันทำให้คิดว่าเราจะไปต่อได้ไหม ถ้าพื้นฐานการจัดการเงินและความรับผิดชอบต่างกันมากขนาดนี้
เราลองเสนอโซลูชันแล้ว เช่น ตั้งบัญชีร่วมสำหรับค่าน้ำค่าไฟ จัดสรรเป็นสัดส่วน คุยกันเรื่องงบช่วยเหลือครอบครัว แต่ทุกครั้งที่เสนอ เขามักจะเลี่ยง จนบางทีเรารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนวางกรอบให้ทุกอย่างเพียงคนเดียว เหมือนเป็นแม่บ้านที่ต้องคิดแทนสามี แล้วถ้าเราหยุดคุยจริงๆ เขาจะไม่เรียนรู้เลยรึเปล่า อนาคตจะยากขึ้นอีกไหม
ก็มีโมเมนต์น่ารักของเขานะ เช่น เขาจัดเตียงให้ทุกเช้า เอาผ้าห่มให้เรียบร้อย บางครั้งก็เอาน้ำแข็งใส่แก้วให้ตอนบ่ายสามที่ร้านเราง่วงมากกก แล้วก็ชงกาแฟให้เวลาเราทำงานจนมึน พวกนี้ทำให้ลืมโมโหได้ T_T แต่ใจมันสับสนอ่ะจ้ะ
เพื่อนๆ ว่าไงคะ เราควรยืนกรานเรื่องงบประมาณให้เป็นกฎเลยมั้ย หรือให้เวลาเขาปรับตัว ถ้ารอแล้วไม่เปลี่ยน ควรตั้งเงื่อนไขอะไรบ้างไหม เช่น กำหนดเปอร์เซ็นต์เงินเข้าบัญชีร่วม หรือต้องแจ้งล่วงหน้า 7 วันก่อนจะช่วยญาติ? (ขอความคิดเห็นที่เคยผ่านจริงๆ นะ จะลองทำตามจริงๆ จ้า) 5555
แต่งงานมา 2 ปี แต่เรื่องเงินและนิสัยสามีชวนงง — ควรไปต่อมั้ยคะ
1
0
0
ยังไม่มีความคิดเห็น