เมื่อคืนกลับบ้านเกือบสี่ทุ่มกว่าๆ เหนื่อยมากครับจากการนั่งทำงบบริหารทั้งวันแล้วขับรถกลับจากย่านตัวเมืองนครราชสีมา ฝนตกเล็กๆ รถติดด้วย แต่พอขึ้นบันไดห้องพักไปถึงชั้นสาม เหมือนทุกอย่างเปลี่ยนไป — เงียบผิดปกติ เงียบจนได้ยินลมพัดผ่านหน้าต่างเลยครับ
ไม่คิดอะไรนึกว่าแฟนออกไปซื้อกับข้าวหรือไปปั่นจักรยาน แต่พอเปิดประตูห้องเห็นรองเท้าคู่นึงที่ไม่ใช่ของผมวางอยู่ข้างที่นั่งโซฟา เลยยืนงงๆ อยู่เป็นห้านาที มือสั่นด้วย ไม่รู้ทำไมถึงสั่น ทั้งๆ ที่เราก็เป็นคนใจเย็นนะครับ อายุจะสี่สิบแล้ว ทำงานบัญชี ไม่มีอะไรหวือหวา แต่หัวมันร้องขึ้นมาว่า "เอ๊ะ" แบบไม่ทันตั้งตัว
เดินเข้าไปในครัว เห็นแก้วกาแฟวางอยู่ พร้อมกับกล่องอาหารที่ยังไม่เกือบเย็น ตรงนี้เริ่มคิดมากขึ้นไปอีก จนต้องหยิบโทรศัพท์แฟนที่วางชาร์จอยู่ เพียงเพราะอยากดูเวลาว่าเธอกลับมากี่โมง ปุ่มล็อกหน้าจอเป็นรหัส เราหยุดคิด แล้วก็หยุดใจอยู่นานว่าจะเปิดดีไหม เอาจริงๆนะครับ เราไม่เคยสอดรู้สอดเห็น แต่กลางใจมันอยากรู้มากกก จนสุดท้ายมือกดรหัสที่เคยขอยืมใช้ตอนเธอลืมรหัสครั้งนึง แล้วมันเข้าจริงๆ
ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ข้อความแชทขึ้นมาเป็นชื่อคนที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่รูปโปรไฟล์ชัด — เป็นผู้หญิง น่าจะน้ำเสียงคุยกันแบบสนิทสนม มีคำหวานบ้าง มีการเรียกชื่อเล่นที่แฟนเราไม่เคยเรียกกับเราเลย ผมอ่านแล้วรู้สึกเหมือนโดนตบหน้า หลายครั้งที่เราพยายามบอกตัวเองว่าอย่าตัดสินเร็ว แต่ละบรรทัดมันพุ่งเข้ามาในสมองแบบไม่ขออนุญาตว่า "นี่มันอะไรของเธอ"
แต่ก็มีข้อความอีกฝั่งที่ทำให้ผมงง เรื่องนัดเจอกัน เรื่องที่บอกให้ยกเลิกแผนกับผมทั้งที่เป็นวันหยุดที่เราวางแผนจะไปทำบุญด้วยกัน มันเป็นข้อความที่ขัดกับสิ่งที่เธอพูดกับผมทุกวัน — ว่าชอบความเป็นครอบครัว ชอบความเรียบง่าย เธอเคยบอกว่าชอบตอนผมทำกับข้าวหน้าปากซอย เราเคยหัวเราะด้วยกัน แต่พฤติกรรมตรงนี้มันดูคนละเรื่องกันเลยครับ
รอบๆ หัวมันยุ่งไปหมด ไม่อยากกระชากเธอขึ้นมาแต่อยากคุย แต่ก็กลัว ทำไมกลัว ไม่รู้เหมือนกัน กลัวความจริงที่อาจทำให้ทุกอย่างพัง กลัวว่าสามีไม่ดีพอ หรือเราเป็นคนจู้จี้เกินไป หรือเราโง่ที่เชื่อใจมากไปเอง เฮ้ออออออ ความรู้สึกมันสับสนจนไม่รู้จะเริ่มตรงไหน
ตื่นเช้ามาเราเลยเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องเมื่อคืน ไม่ถาม ไม่ทำท่าตั้งข้อสังเกตอะไร เผื่อจะมีเหตุผลที่ฟังดูเป็นไปได้ เช่น เป็นเพื่อนร่วมงาน หรือญาติที่เพิ่งกลับมา แต่อีกด้านก็มีคำถามว่าแล้วทำไมต้องซ่อนแชท ทำไมต้องลบประวัติการโทร ทำไมต้องมีรูปคู่ด้วย ถึงแม้บางรูปไม่ชัดแต่พอจะเดาได้ว่ามันไม่ใช่พวกเพื่อนที่รู้จักกันยาวนาน มันเหมือนมีอีกชีวิตหนึ่งที่เราไม่รู้จัก
อาทิตย์ที่ผ่านมาเราเริ่มสังเกตพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่มองข้ามไปก่อน เช่น เธอใช้เวลาบนมือถือมากขึ้น บางครั้งเธอหัวเราะคนเดียวแล้วรีบปิดหน้าจอ บางคืนกลับช้ากว่าปกติโดยอ้างงานกับเพื่อน แต่ทีมงานบัญชีที่เราเป็นเพื่อนกันก็บอกว่าไม่เคยเห็นเธอออกไปทำงานดึกมากแบบนั้น เราพยายามหาหลักฐานแบบมีเหตุผลมากขึ้น แต่ยิ่งค้นยิ่งปวดใจ
เหตุผลกับความรู้สึกชนกันตลอดเวลา เราอยากเชื่อว่าเธอแค่มีเพื่อนใหม่ แต่หัวใจอีกฝั่งมันเหมือนฉีกออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งอยากรักษาชีวิตคู่ ส่วนหนึ่งอยากเผชิญหน้าด้วยความจริง ถามตัวเองบ่อยมากว่าเราเป็นคนหวงหรือควรให้พื้นที่ แต่เมื่อพื้นที่นั้นแลกมาด้วยการปิดบัง มันก็เจ็บนะครับ
บอกตรงๆ เราก็รู้อยู่แล้วว่าการไปจับผิดแบบเปิดหน้าอาจทำให้สถานการณ์บานปลาย เราไม่อยากตะโกนหรือทำอะไรที่ขายหน้า แต่ถ้าวันหนึ่งเราไม่พูด แล้วเรื่องมันจริง จะต้องรอจนทนไม่ไหวหรือเราคิดมากไปเอง ผมงงมากครับ ช่วยชี้แนะทีว่าเพื่อนๆ ในพันทิปคิดว่าแบบไหนควรทำก่อน — นั่งรอหรือบอกตรงๆ แบบใจเย็น อยากให้มีพยานเชิงตรรกะ หรือต้องเจอหน้ากันแล้วถามไปตรงๆ เลยดีครับ เรามีเหตุผลการเงิน มีงานประจำ ไม่อยากให้ปัญหาส่วนตัวทำให้ชีวิตทั้งคู่พัง แต่ก็ไม่อยากถูกหลอกแบบนี้ไปเรื่อยๆ
ปล. ขอความเห็นจากคนที่เคยเจอเรื่องแบบนี้หรือคนที่เป็นผู้ใหญ่อยากได้มุมมองผู้ชายวัยใกล้สี่สิบแบบผมหน่อยครับ เพราะบางทีเราก็กลัวว่าตัวเองจะคิดมากเกินไป เหตุผลบางครั้งมันก็เป็นเรื่องเล็ก แต่ความรู้สึกมันใหญ่กว่าจริงงง T_T
จขกท ครับ — เราควรทำยังไงดี?
งงและเจ็บใจมากครับ — รู้สึกเหมือนโดนแบ่งใจเป็นสองฝั่ง จะทำยังไงดี?
6
0
0
ยังไม่มีความคิดเห็น