สวัสดีค่ะ ขอโทษจริงๆ นะคะ พึ่งตั้งกระทู้แรกในชีวิตเลย เขียนไม่เก่ง อาจอ่านงงๆ หรือเลอะๆ ขออภัยล่วงหน้าแปปนึงค่ะ
เราอายุ 25 เป็นครูประถม อยู่ภูเก็ต แต่งงานมาได้ประมาณแปดเดือน ตอนนี้ยังงงมากกก จิงๆ

เรื่องมันคือแบบนี้ค่ะ เรากับสามีคบกันก่อนแต่งประมาณสองปี ใช้ชีวิตเรียบๆ ทำงานปกติ มีค่าเช่าบ้าน รถมอเตอร์ไซค์คันเดียว เขาดูเงียบๆ ขรึมๆ ตอนคบก็ไม่ได้บอกว่าเป็นคนฟุ่มเฟือย เหมือนชอบดูคลิปแต่งรถโบราณ (ชอบเงียบๆ) แต่หลังแต่งพฤติกรรมบางอย่างเริ่มเปลี่ยนไปนิดๆ แล้วรวมกันมันหนักขึ้นเรื่อยๆ

เช่น เขากลับบ้านดึกกว่าเดิมบ่อยๆ บอกว่าไปช่วยเพื่อนที่ร้านซ่อมรถแถวบ้าน แค่ช่วยถอดชิ้นส่วน ประมาณ 3-4 ชั่วโมง แล้วก็กลับ เราเชื่อเพราะบ้านอยู่ใกล้กัน แต่บางครั้งโทรไป 3 ทุ่มกว่า อ่านไม่ตอบ ปิดเครื่อง เงียบเลย อืม... งง

สองสัปดาห์ก่อน เราเรียกเขานับเงินเก็บฉุกเฉินที่จะกันไว้ใช้จริงๆ (ตกลงกันก่อนแต่งว่าแยกบัญชีเก็บไว้) พอจะเอาลิ้นชักมาเปิด กลับหาไม่เจอ เราเลยย้ายของในตู้เสื้อผ้า หาสักประมาณ 20 นาที แล้วเจอกล่องใบเล็กๆ ขนาดฝ่ามือซ่อนใต้ผ้าห่มเก่าในห้องนอน ในนั้นมีใบเสร็จร้านอะไหล่โบราณหลายใบ สลิปโอนเงินไปให้คนรับซื้อของเก่า อีกกองเป็นสลากกินแบ่งที่เขาซื้อต่อเนื่องเป็นเดือนๆ แล้วก็มีสมุดเล็กๆ เขียนจดรายการค่าใช้จ่ายกับโปรเจกต์ซ่อมรถโบราณคันนึง ซึ่งรวมๆ กันมันมากกว่าที่เขาเคยบอกเรา เยอะเลย อื้อหือ

ช็อกมากค่ะ ทำไมไม่บอกเรา? เราไม่ได้ต้องรู้ทุกอย่างไปซะหมดป่ะ แต่คิดว่าการเงินแต่งงานควรโปร่งใส บางเรื่องอาจแยกได้ แต่เอาเงินฉุกเฉินไปจ่ายค่าซากรถแล้วบอกแค่ว่า “เดี๋ยวคืน” แล้วหายไปเป็นอาทิตย์ มันดูไม่โอเค เรารู้สึกโดนหลอกนิดๆ หรือมากกว่านั้น อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ นอนไม่ค่อยหลับกลางคืนก็นั่งคิดเป็นชั่วโมง นั่งมองเหรียญกาชิบนิดๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วคิดมาก 5555 T_T

อีกอย่าง เราไม่คิดว่าเขาจะซื้อสลากทุกงวดนะ ตอนแรกก็น่ารักๆ ฝันอยากได้บ้าน แต่รวมๆ แล้วมันเป็นหลายพันบาทต่อเดือน สำหรับเงินเดือนครูเริ่มต้นในจังหวัดกับค่าใช้จ่ายแต่งงาน เราพอเก็บได้บ้าง แต่การเอาเงินสำรองมาเป็นค่าแรงงานอดิเรกของเขาโดยไม่บอก มันทำให้เราตั้งคำถามว่าควรคาดหวังเรื่องสื่อสารแบบไหน ประมาณ 4-6 เดือนที่ผ่านมาหรือเปล่านะที่มีค่าใช้จ่ายแปลกๆ

ตอนเราจับกล่องให้เขาดู เขาทำหน้าอึ้งแล้วเริ่มเล่าแบบยืดยาวว่าเป็นฝันของเขาตั้งแต่เด็ก อยากเอารถเก่าของคุณพ่อมาซ่อม ไม่ใช่แค่ของสะสมแต่เป็นความทรงจำ เขาบอกว่าจะขายถ้าจำเป็น แต่ยังอยากลองทำให้สำเร็จก่อน เราเข้าใจเรื่องความฝันนะ แต่ปัญหาคือเขาใช้เงินที่เราเก็บไว้โดยไม่ได้บอก และบอกว่าจะชดใช้ทีหลัง แต่ไม่มีแผนชัดว่าเมื่อไหร่ จะคืนยังไง ถ้าขายรถไม่ได้จะทำยังไง ไม่มีเลย

เราเป็นคนรอบคอบเรื่องเงิน อยากมีแผนฉุกเฉินเผื่อเหตุจริงๆ อยากมีเงินให้แม่ไว้ใช้เวลาจำเป็น กลัวว่าอยู่เฉยๆ แล้วปล่อยให้เขาทำแบบนี้ต่อไปจะมีเรื่องใหญ่กว่าไหม หรือถ้าเราไปยึดการตัดสินใจทั้งหมดก็ไม่ใช่ทางที่ดี เรารู้สึกผิดด้วยที่อยากบังคับความฝันคนอื่น แต่วิธีที่เขาทำมันทำให้ความเชื่อใจสั่นคลอน

งงค่ะ มากกก จิงงง เราคิดมากไปไหม? เราพยายามไม่ร้อนแรง แต่กลางคืนคิดไปไกล กลัวว่าเขาจะเก็บความลับแบบนี้ตลอดชีวิต แต่ก็รักเขานะ ก็มโนไปโน้นนี่ เราควรให้เวลาเขาอธิบายเพิ่มมั้ย หรือควรตั้งข้อตกลงการเงินใหม่ทั้งที่แต่งงานแล้ว

จขกท ขอคำแนะนำจากเพื่อนๆ หน่อยค่ะ ว่าถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ ควรคุยยังไงให้เขารู้สึกว่าเราเข้าใจความฝัน แต่ก็ต้องรักษาความมั่นคงทางการเงินของครอบครัวด้วย ให้โอกาสเขาสานฝันมั้ย หรือควรกำหนดกฎการใช้เงินร่วมกันชัดๆ ตอนนี้งงมากจริงงง

ป.ล. ขอโทษอีกทีถ้าเล่าไม่ต่อเนื่อง หรือยาวเกินไป เพื่อนๆ ว่าไงคะ เราควรทำยังไงดีคะ?