อยากขอคำแนะนำจากเพื่อนๆ ค่ะ คือเรื่องมันยาวหน่อยนะ แต่ขอระบายจริงๆ ตอนกลางคืน ตอนประมาณตีหนึ่ง-ตีสองเรามักจะคิดมากแล้วนอนไม่หลับเป็นชั่วโมงๆ ค่ะ

เราอายุ 26 ค่ะ ทำงานเป็นนักบัญชีอยู่ย่านหางดง เชียงใหม่ จขกท เป็นคนจริงจังเรื่องตัวเลขมากกก เพราะทำบัญชีมาหลายปี เวลาเห็นรายการมันจะติดหัวเลย จู่ๆ มันทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจเมื่ออะไรไม่ลงตัว เราแต่งงานมา 1 ปี คบกันมาก่อนแต่ง 5 ปี ก่อนแต่งคุยเรื่องการเงินแบบกลางๆ ว่าแบ่งกัน บัญชีแยกบ้าง แต่ต้องมีออมร่วมด้วย ตอนหมั้นก็แบ่งกันจ่ายครึ่งๆ แต่หลังแต่ง พฤติกรรมสามีเริ่มเปลี่ยน

ช่วงสามเดือนแรกโอเคนะ เราช่วยกันจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเก็บแอร์ที่บ้านเล็กๆ ย่านแม่เหียะ แต่หลังจากนั้นเขาเริ่มถอนเงินสดบ่อยมาก บางทีตอนเย็นๆ ประมาณหกโมง ได้ยินเสียงลิ้นชักกระเป๋าตังค์ เขาจะไปฝากเงินที่กองทุนหรือบัญชีอีกที่ที่ไม่แจ้งเรา แล้วก็มีของที่ซื้อเป็นประจำ เช่น เครื่องมือช่างตัวเล็กๆ ที่เขาชอบสะสม กับอุปกรณ์คอมพ์สำหรับเล่นเกม บอกว่าเป็นของส่วนตัว งี้ เราไม่ได้ว่า ถ้าจริงๆ แต่ปัญหาคือเขายืมเงินเราโดยไม่บอกก่อน คืนทีหลังแบบสั้นๆ “คืนแล้วนะ” แล้วก็หายไปเล่นเกมหรือดูยูทูบ อ้าว แล้วเราเนี่ยรับผิดชอบค่าอาหารและของเข้าบ้านมากขึ้น ผ่อนจ่ายเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นเรา บางเดือนอยู่กันจริงๆ ประมาณ 3-4 สัปดาห์ เงินมันตือดึงในหัวเรา

มีครั้งนึงเราเห็นสเตทเมนต์บัตรเครดิตของเขาทิ้งไว้ในรถ เป็นกระดาษที่มีรายการซื้อของออนไลน์ชุดใหญ่ ของฟุ่มเฟือย แล้วจากร้านต่างจังหวัด เราไม่เห็นด้วย แต่ตอนคุยได้คำตอบสั้นๆ ว่า “อยากได้” แล้วก็หัวเราะๆ แบบไม่หนักใจ เรารู้สึกไม่โปร่งใส แต่ก็กลัวเป็นคนจู้จี้ กลัวทะเลาะเรื่องเงินใหญ่ เรากลัวบรรยากาศในบ้านจะแย่

ครั้งหนึ่งพ่อแม่สามีโทรมาขอช่วยค่ารักษาพยาบาลเล็กๆ สามียืนยันว่าจัดการแล้ว แต่พอเราเช็กบัญชีร่วม เราไม่เห็นเงินเข้า-ออกตามที่เขาบอก เราถามก็ได้คำตอบแบบอ้อมๆ ว่าโอนแล้วนะ แต่เราเห็นต่าง เลยมีเสียงดังขึ้นบ้าง เขาเลยบอกเราไม่เชื่อใจ อ้าว แล้วความจริงมันอยู่ตรงไหนอ่ะ เราอยากเชื่อใจนะ แต่เจอแบบนี้บ่อยๆ เราเหนื่อยจริงๆ มากกก

เราเข้าใจว่าคนอยากมีอิสระทางการเงินบ้าง อยากเก็บเงินส่วนตัว แต่ถ้าจะเก็บก็ควรแจ้งกัน เปิดบัญชีไว้ แล้วแบ่งกันชัดเจน เช่น ครึ่งหนึ่งเข้ากองกลาง อีกส่วนไว้ของแต่ละคน แบบแผนพื้นฐานที่เราคิดว่ามันยุติธรรม แต่ที่บ้านเราไม่มีการวางแผนแบบนั้นเลย เรารู้สึกโดดเดี่ยวในบ้านที่ควรเป็นทีม เราเคยพยายามนั่งคุยหลายรอบ แต่ทุกครั้งที่เริ่มพูด เขาก็มักจะหันไปเล่นโทรศัพท์หรือบอกว่าเหนื่อยจากงาน แล้วก็เงียบไป เราก็เลยเก็บกด รำคาญกับเรื่องเล็กๆ เช่น กลับบ้านดึกแล้วลืมซื้อข้าวสาร หรือไม่ทำความสะอาดตามที่ตกลง มันสะสม

เพื่อนบางคนบอกว่าปกติผู้ชายชอบเก็บเงินลับๆ บ้าง ไม่จู้จี้มากก็ได้ แต่เราเป็นคนบัญชี เห็นตัวเลขแล้วมันติดหัว มันกระทบแผนเรา เช่น เงินดาวน์บ้านในสองปี ขับรถไปส่งน้องหมาไปรักษาตามนัดปีละครั้ง คือแผนเล็กๆ เหล่านี้ต้องใช้เงินร่วมกัน ถ้าเขาเก็บเองโดยไม่แจ้ง มันกระทบเป้าหมายจริงๆ นะ การที่เขาซื้อของออนไลน์ชุดใหญ่หรือถอนเงินบ่อยๆ ทำให้เป้าหมายนั้นคลุมเครือ

บางคืนคิดไกลไปว่าแต่งงานผิดไหม งี่เง่ามั้ย เราเริ่มสงสัยตัวเอง เสียความมั่นใจ คิดถึงความฝันที่เคยมีร่วมกัน แล้วพออยู่จริงมันไม่เหมือนที่คุยก่อนแต่ง เราตั้งใจจะพูดเพื่อวางแผนร่วมกันแบบเป็นทางการ บางทีก็นึกอยากให้เขานั่งเขียนงบครัวเรือนกับเราแล้วเซ็นชื่อกันเลย 5555 แต่กลัวเขาจะรู้สึกถูกจับผิด จะทำยังไงให้เขาเข้าใจความสำคัญของความโปร่งใสโดยไม่ทำให้เขารู้สึกโดนว่า หรือควรยอมปล่อยอะไรบางอย่างไปบ้างไหม หรือควรพาไปปรึกษาคนกลาง เช่น ญาติที่ไว้ใจได้ หรือไปหาจิตแพทย์คู่ดีไหม? เราคิดมากไปหรือเปล่า

เพื่อนๆ ว่าไงคะ ช่วยแนะนำวิธีคุยให้เขาเปิดใจจริงๆ หน่อยค่ะ อยากได้มุมมองจากคนนอกบ้าง T_T

ป.ล. ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ เราอยากได้คำแนะนำแบบจริงใจ ไม่ใช่แค่ปลอบใจเฉยๆ