ขอคำแนะนำหน่อยครับ เราควรทำอะไรดีหรือเราคิดมากไปเองครับ
คือเรื่องมันยาวหน่อย ขอเล่าแบบตรงๆ นะครับ ผมอายุ 28 ทำงานบัญชี อยู่ภูเก็ต คบกับแฟนมาเกือบสามปี ตอนแรกทุกอย่างดูโอเคมากเลย เราคบกันด้วยความรู้สึกจริงๆ แล้วมีแพลนจะแต่งปีหน้า แต่พอเริ่มวางแผนแต่งงานจริงๆ มันมีหลายอย่างที่ทำให้ผมสะดุดอารมณ์บ่อยขึ้น จนตอนนี้กลายเป็นครึ่งขำครึ่งโมโห หงุดหงิดปนกังวลไปหมด 5555
สั้นๆ คือแฟนชอบซื้อของเล็กๆ น้อยๆ แบบวันละอย่างสองอย่าง ผ่านทางร้านตาม IG หรือ Shopee ที่ชิปปิ้งมาจากต่างจังหวัด บางทีสั่งกระเป๋าผ้า หมวกคันเล็กๆ พลาสติกที่มีรูปนก ตัวอย่างคือพวงกุญแจหินสีเล็กๆ อะไรแบบนี้ แล้วก็สติ๊กเกอร์สัตว์น่ารักๆ ที่ติดกับโน้ต เขาว่าง่ายกับโปรโมชั่น คูปองฟรีค่าส่งก็ซื้อ ขนมกรุบกริบอีกชุด สองชุด เหมือนมันทำให้เขามีความสุขเร็วจริงๆ ทำให้หน้าเขาเปลี่ยนเป็นยิ้มได้ภายใน 2 นาที อ่ะ แต่ผม...เห็นยอดในบัตรเครดิตแล้วนิ่งไปเลย
พอเรามาทำบัญชีรวมบ้านจริงๆ แล้ว ผมก็เห็นรายการเล็กๆ น้อยๆ เยอะมากกก จริงงง เดือนๆ นึงมีสิบกว่ารายการเล็กๆ ที่รวมกันเป็นเงินก้อนใหญ่ ผมเป็นคนชอบวางแผนการเงิน พยายามให้ทุกอย่างชัดเจน แยกบัญชีรายรับรายจ่าย ช่วยกันบันทึก แต่แฟนไม่ค่อยตั้งใจทำ เขาบอกว่า "จำได้นะ" แต่จริงๆ คือเขาลืมบ่อย หรือบางทีพอชวนมานั่งดูงบด้วยกัน เขาก็ผลัดว่าเหนื่อย มีงานเยอะ เหมือนผัดวันประกันพรุ่งเรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้ผมไม่ซีเรียสเท่าไหร่ คิดว่าแต่งงานแล้วคงคุยตกลงกันได้ แต่พอเริ่มมีรายการค่าจัดงานแต่ง ค่าเช่าสถานที่ ช่างภาพ ชุด ญาติของทั้งสองฝั่งมีความคาดหวัง ค่าใช้จ่ายมันบานปลาย เหนื่อยจะอธิบายว่าทำไมต้องตัดสิ่งนี้ อะไรจำเป็น อะไรไม่จำเป็น แล้วแฟนกลับดึงดันอยากใส่ส่วนที่ไม่จำเป็น เช่น บังคับใส่แพ็กเกจวีไอพีให้เพื่อน ทั้งที่คุยกันว่าจะจัดแบบเรียบๆ พอขึ้นเรื่องเงินทีไร เราเถียงกันจนงอแง แล้วมีครั้งหนึ่งเขาเอาเงินเก็บบางส่วนไปจ่ายมัดจำร้านโดยไม่บอกผม แล้วเพิ่งมาบอกทีหลังว่า "คิดว่าโอเคนะ" เงิบมาก
ผมลองเสนอระบบแบ่งเงินเป็นรูปธรรมแล้วนะ เช่น แยกบัญชีค่าใช้จ่ายประจำ บัญชีเก็บบ้าน บัญชีงานแต่ง แต่พอพูดไปแฟนมองผมเหมือนเป็นคนเรื่องมาก บางทีตอบแค่ว่า "งั้นจัดไปเถอะ" แต่สุดท้ายไม่ปฏิบัติตามเป๊ะ ก็เลยไม่รู้จะเริ่มยังไงให้เขาจริงจังกับการเงินร่วมกัน นอกจากการบังคับหรือทะเลาะกัน
มีครั้งหนึ่งผมทำงบละเอียดพร้อมช่องคำอธิบาย นัดคุยตอนเย็นประมาณหกโมงครึ่ง เขาทำท่าเบื่อ พอเห็นตัวเลขจริงๆ หน้าตาเปลี่ยน บอกว่าไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ พูดว่าจะปรับ แล้วผ่านไปประมาณ 3 สัปดาห์ก็กลับมาเหมือนเดิม คนเราเปลี่ยนยากจริงมั้ย? หรือผมใจแคบเองอยากให้เปลี่ยนทันที
งงว่าต่อจากนี้ควรทำยังไงดีครับ จะคบต่อแล้วค่อยปรับกันมั้ย ต้องมีข้อสัญญาทางการเงินไหม แบบเป็นลายลักษณ์อักษรเลยมั้ย? หรือควรเลื่อนวันแต่งออกไปเพื่อหาทางแก้ก่อน การอ่านบทความมันง่าย แต่มาเจอเรื่องจริง มันไม่ง่ายเลย เพราะความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ขอโทษถ้าเรียบเรียงงง มือใหม่หัดตั้งกระทู้ เค้ากลัวดูเป็นคนหวงเงินหรือคุมทุกอย่าง แต่ก็กลัวถ้าไม่จัดการให้ดี พอมีเรื่องใหญ่กว่าเงิน เช่น ลูก บ้าน มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่กว่านี้ แล้วผมจะมานั่งโทษตัวเองทีหลังว่าควรหยุดตั้งแต่ตอนนี้มั้ย
เพื่อนๆ ที่เคยแต่งหรือเคยผ่านเรื่องแบบนี้ ช่วยแชร์หน่อยครับ ทำยังไงให้คนที่นิสัยใช้เงินต่างกันอยู่ร่วมกันได้จริงๆ หรือมีวิธีพูดคุยแบบไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถูกตัดสินบ้างมั้ย เราควรตั้งกฎพื้นฐานอะไรบ้างก่อนเซ็นทะเบียน? ควรปรึกษาใครก่อนดีไหม หรือแค่เลื่อนวันแต่งออกไปก่อนจะช่วยได้ไหม
สุดท้าย ถ้าลบเรื่องนิสัยนี้ออกไป เขาดูแลผมเวลาไม่สบายจริงๆ อ้อนดี หุงข้าวให้กินอร่อยด้วย อ่ะ แต่เรื่องเงินทำผมเครียดจนกินไม่ลง T_T หรือผมคิดมากไปเอง? ช่วยหน่อยนะครับ เราควรทำยังไงดีครับ ป.ล. ถ้าใครมีตัวอย่างวิธีแบ่งบัญชีง่ายๆ สำหรับคู่รักที่ทำงานประจำ ช่วยแนะนำด้วย จะขอบคุณมากกก
Wedding's coming up but I'm getting worried about my fiancée's spending habits—what should I do?
2
0
0
ยังไม่มีความคิดเห็น