🚨 incident
Bangkok
สาวเดินทางจากกรุงเทพฯ ถูกตำรวจจับหลังไม่จ่ายค่าแท็กซี่ และผลตรวจสารเสพติดเป็นบวก
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุการณ์ที่สะท้อนปัญหาการเดินทางระยะไกลด้วยรถแท็กซี่ หลังมีรายงานว่าหญิงรายหนึ่งเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดอุดรธานีโดยสารแท็กซี่ก่อนจะไม่สามารถชำระค่าโดยสารจำนวน 6,000 บาทเมื่อถึงที่หมาย เหตุการณ์นี้นำไปสู่การเรียกตำรวจท้องที่เข้าตรวจสอบและส่งผู้โดยสารรายดังกล่าวเข้ารับการตรวจสารเสพติด ซึ่งผลการทดสอบชี้ว่าให้ผลบวกต่อสารเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ทำให้เหตุการณ์นี้มีความละเอียดอ่อนทั้งด้านกฎหมายและสาธารณสุข
เหตุการณ์เริ่มจากคนขับแท็กซี่แจ้งตำรวจเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันเดียวกันว่าได้รับผู้โดยสารมาจากกรุงเทพฯ และถูกทิ้งไว้โดยไม่ได้รับเงินค่าบริการ จำนวนเงินที่เรียกเก็บตามการแจ้งคือ 6,000 บาท ซึ่งเป็นค่าบริการสำหรับระยะทางยาวข้ามจังหวัด คนขับได้แจ้งพิกัดและข้อมูลรถ ขณะที่ผู้โดยสารเองยังอยู่ในสภาพที่ตำรวจเห็นว่ามีความผิดปกติ จึงได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจร่างกายและตรวจปัสสาวะ
ผลตรวจปัสสาวะที่ออกมาเป็นบวกต่อสารเมทแอมเฟตามีน ทำให้ผู้โดยสารถูกดำเนินคดีในขั้นต้นตามกฎหมายเกี่ยวกับการพกพาหรือเสพยาเสพติด นอกจากนี้ยังมีเรื่องทางแพ่งระหว่างคนขับรถกับผู้โดยสารเกี่ยวกับการชดใช้ค่าโดยสารที่ค้างชำระ ซึ่งเป็นประเด็นยุ่งยากเนื่องจากผู้โดยสารไม่มีเงินจ่าย ณ เวลานั้น ปรากฏว่าตำรวจได้บันทึกคำให้การของทั้งสองฝ่าย และส่งตัวผู้ต้องสงสัยต่อไปยังสถานีตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาหลายด้านที่กระทบต่อทั้งคนขับแท็กซี่และผู้โดยสาร ชาย/หญิงผู้ขับรถแท็กซี่ต้องแบกรับความเสี่ยงเมื่อต้องให้บริการระยะไกลข้ามจังหวัด โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่มีการจ่ายเงินล่วงหน้าหรือใช้มาตรการความปลอดภัย เช่น การติดตั้งระบบช่วยติดตามพิกัดหรือการเรียกเก็บเงินบางส่วนก่อนการเดินทาง ในส่วนของผู้โดยสาร ภาวะเสี่ยงจากการใช้สารเสพติดมีผลต่อความสามารถในการตัดสินใจและความปลอดภัยในการเดินทาง ซึ่งอาจนำไปสู่การตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงหรือการถูกเอาเปรียบได้ง่ายกว่า
เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ได้เรียกร้องให้ผู้ให้บริการรถรับจ้างสาธารณะเพิ่มความระมัดระวังเมื่อรับผู้โดยสารระยะไกล โดยเฉพาะการตรวจสอบข้อมูลการจองล่วงหน้า การยืนยันช่องทางการชำระเงิน และการประสานงานกับผู้โดยสารให้ชัดเจนก่อนออกเดินทาง ด้านนักจิตวิทยาและหน่วยงานบำบัดยาเสพติดได้เน้นย้ำความสำคัญของการให้การช่วยเหลือผู้ที่ติดยาเสพติดแบบครบวงจร ทั้งด้านการรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการให้ความรู้เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดซ้ำ
สำหรับประชาชนผู้ใช้บริการแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะ ควรวางมาตรการป้องกันเบื้องต้น เช่น ตรวจสอบข้อมูลผู้ให้บริการ นัดรับ-ส่งในจุดที่มีผู้คน และหลีกเลี่ยงการเดินทางไกลหากไม่มีการตกลงเรื่องการชำระเงินหรือการใช้อุปกรณ์ติดตาม ในขณะเดียวกัน หากพบเหตุฉุกเฉินควรติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อป้องกันความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้แม้จะจบด้วยการจับกุมและการตรวจสารเสพติด แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจว่าการเดินทางระยะไกลโดยพาหนะสาธารณะยังมีความเสี่ยงที่ต้องจัดการทั้งเชิงกฎหมายและเชิงสังคม
เหตุการณ์เริ่มจากคนขับแท็กซี่แจ้งตำรวจเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันเดียวกันว่าได้รับผู้โดยสารมาจากกรุงเทพฯ และถูกทิ้งไว้โดยไม่ได้รับเงินค่าบริการ จำนวนเงินที่เรียกเก็บตามการแจ้งคือ 6,000 บาท ซึ่งเป็นค่าบริการสำหรับระยะทางยาวข้ามจังหวัด คนขับได้แจ้งพิกัดและข้อมูลรถ ขณะที่ผู้โดยสารเองยังอยู่ในสภาพที่ตำรวจเห็นว่ามีความผิดปกติ จึงได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจร่างกายและตรวจปัสสาวะ
ผลตรวจปัสสาวะที่ออกมาเป็นบวกต่อสารเมทแอมเฟตามีน ทำให้ผู้โดยสารถูกดำเนินคดีในขั้นต้นตามกฎหมายเกี่ยวกับการพกพาหรือเสพยาเสพติด นอกจากนี้ยังมีเรื่องทางแพ่งระหว่างคนขับรถกับผู้โดยสารเกี่ยวกับการชดใช้ค่าโดยสารที่ค้างชำระ ซึ่งเป็นประเด็นยุ่งยากเนื่องจากผู้โดยสารไม่มีเงินจ่าย ณ เวลานั้น ปรากฏว่าตำรวจได้บันทึกคำให้การของทั้งสองฝ่าย และส่งตัวผู้ต้องสงสัยต่อไปยังสถานีตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาหลายด้านที่กระทบต่อทั้งคนขับแท็กซี่และผู้โดยสาร ชาย/หญิงผู้ขับรถแท็กซี่ต้องแบกรับความเสี่ยงเมื่อต้องให้บริการระยะไกลข้ามจังหวัด โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่มีการจ่ายเงินล่วงหน้าหรือใช้มาตรการความปลอดภัย เช่น การติดตั้งระบบช่วยติดตามพิกัดหรือการเรียกเก็บเงินบางส่วนก่อนการเดินทาง ในส่วนของผู้โดยสาร ภาวะเสี่ยงจากการใช้สารเสพติดมีผลต่อความสามารถในการตัดสินใจและความปลอดภัยในการเดินทาง ซึ่งอาจนำไปสู่การตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงหรือการถูกเอาเปรียบได้ง่ายกว่า
เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ได้เรียกร้องให้ผู้ให้บริการรถรับจ้างสาธารณะเพิ่มความระมัดระวังเมื่อรับผู้โดยสารระยะไกล โดยเฉพาะการตรวจสอบข้อมูลการจองล่วงหน้า การยืนยันช่องทางการชำระเงิน และการประสานงานกับผู้โดยสารให้ชัดเจนก่อนออกเดินทาง ด้านนักจิตวิทยาและหน่วยงานบำบัดยาเสพติดได้เน้นย้ำความสำคัญของการให้การช่วยเหลือผู้ที่ติดยาเสพติดแบบครบวงจร ทั้งด้านการรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการให้ความรู้เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดซ้ำ
สำหรับประชาชนผู้ใช้บริการแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะ ควรวางมาตรการป้องกันเบื้องต้น เช่น ตรวจสอบข้อมูลผู้ให้บริการ นัดรับ-ส่งในจุดที่มีผู้คน และหลีกเลี่ยงการเดินทางไกลหากไม่มีการตกลงเรื่องการชำระเงินหรือการใช้อุปกรณ์ติดตาม ในขณะเดียวกัน หากพบเหตุฉุกเฉินควรติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อป้องกันความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้แม้จะจบด้วยการจับกุมและการตรวจสารเสพติด แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจว่าการเดินทางระยะไกลโดยพาหนะสาธารณะยังมีความเสี่ยงที่ต้องจัดการทั้งเชิงกฎหมายและเชิงสังคม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ピサヌローク県、地域開発計画を統合〜生活の質と基礎サービス向上を目指す
sukhothai · 09/01 19:07
ピサヌロークの地域音楽祭、今年は著名アーティスト招致 文化と郷土料理を融合
sukhothai · 09/01 19:07
ナイフを持った男がピサヌロークの学校で取り押さえられる — 事件発生前に拘束
sukhothai · 09/01 19:07
ピサヌローク県、都市成長に対応するための水資源・エネルギー開発事業を拡大
sukhothai · 09/01 13:05
今年のピッサヌローク映画・音楽祭、地元作品を結集し新人クリエイターに舞台を提供
sukhothai · 09/01 13:05