คืออยากเริ่มบอกก่อนว่า ผมอายุ 32 ปี ทำงานประจำออฟฟิศในกทม. ครับ
เรื่องมันยาวนะ จะพยายามเล่าให้ครบเท่าที่จำได้ เผื่อมีคนเคยเจอแบบนี้จะให้มุมมองได้บ้าง เราคบกับแฟนมา 4 ปี คบจริงจังตั้งแต่ตอนทำงานแรกๆ ด้วยกัน คิดมาตลอดว่าอยากแต่งงานกับคนนี้เพราะเข้ากันหลายอย่าง ทั้งค่านิยม งานอดิเรก แต่พอเริ่มคุยเรื่องแต่งงานจริงๆ ทุกอย่างเริ่มมีรอยร้าวจากเรื่องเล็กๆ ที่ไม่คิดว่าจะเครียดขนาดนี้
สั้นๆ ก่อน. มีเรื่อง “เงินเก็บส่วนตัว” กับ “นิสัยเก็บของ” ของฝั่งหญิงที่ทำเราไม่สบายใจครับ
แฟนเรา (ต่อไปจะเรียกว่าฝ่ายหญิงนะ) เก็บเงินเก่งกว่าเราจริงๆ แต่จะมีนิสัยแปลกนิดนึงคือเวลาได้โบนัสหรือได้เงินพิเศษ เค้าจะเอาใส่ซองสีขาวเล็กๆ แล้ววางไว้ในลิ้นชักตู้เสื้อผ้า ฝั่งบน ชั้นที่สาม ไม่ได้แจ้งเรา ไม่ได้เปิดบัญชีร่วม แล้วบางครั้งเค้าก็หยิบมาใช้เองโดยไม่บอก เช่น เอาไปจ่ายค่าสมาชิกที่เราไม่ได้ใช้ หรือซื้อของเซอร์ไพรส์ให้ตัวเองแบบกลางคืน ประมาณตีสองที่เราไม่คาดคิด แล้วบอกทีหลังว่าจ่ายไปแล้ว เงียบๆ
ผมตกใจนะ เพราะผมจ่ายค่าเช่าบ้านและค่าน้ำไฟทุกเดือนอยู่แล้ว ก็มีความรู้สึกว่าเราไม่รู้เรื่องการเงินในบ้าน ไม่ได้อยากควบคุม แต่ถ้าจะแต่งงานกัน ควรคุยกันตรงๆ เรื่องฐานะการเงินและแผนการเงินรวมมากกว่านี้มั้ยครับ
อีกอย่างคือเรื่องการเก็บของของเธอ เธอชอบสะสมของเล็กๆ เช่น กล่องเครื่องสำอางใบเล็กที่มีสติ๊กเกอร์เก่าๆ ติดอยู่ ซื้อเก็บไว้หลายชิ้น เสื้อผ้าใส่ถุงพลาสติกแขวนเต็มตู้ และบางอย่างก็วางในห้องเกือบทุกมุมจนผมเดินชนบ่อย คือมันไม่ใช่แค่รก แต่แบบต้องไต่ผ่านของของเค้าเวลาอยากหาอะไร แล้วถ้าผมขอให้ช่วยทิ้ง เค้าจะโทนเหมือนเราตัดสิน เค้ารู้สึกเหมือนโดนวิจารณ์ เราก็รู้สึกผิดบ่อยๆ ว่าเราเป็นคนขี้บ่นหรือเปล่า หรือเราเป็นคนละเอียดไปเอง
เมื่อสองเดือนก่อน เราเริ่มคุยเรื่องบัญชีร่วมสำหรับค่าใช้จ่ายบ้านและเก็บเงินซื้อบ้าน ผมเสนอว่าแบ่งค่าใช้จ่ายบางส่วนเข้าบัญชีร่วม ส่วนเก็บของแต่ละคนแยกกัน แต่คุยจริงๆ ฝ่ายหญิงบอกว่าเคยมีประสบการณ์ไม่ดีตอนเด็กๆ ถูกบังคับให้ให้คนอื่นดูบัญชีเลยกลัว และไม่ชอบให้ใครแตะเงินส่วนตัวมากเกินไป ผมเข้าใจนะ แต่การไม่ยอมคุยแบบเปิดเผยทำให้ผมเครียดมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาเธอใช้เงินเป็นก้อนโดยไม่ได้บอก แล้วผมไปเจอซองเงินในลิ้นชักที่เก็บไว้ประมาณ 3 เดือน ผมรู้สึกเหมือนโดนปิดบัง หงุดหงิดมากกก จริงงง
มีคืนหนึ่งทะเลาะกันใหญ่กลางดึก ประมาณตีหนึ่งครึ่งที่ผมกำลังจะนอน เถียงกันยาวมากกก ทั้งสองฝ่ายมีแผลเก่าที่ยังไม่หาย เธอบอกว่าอยากมีพื้นที่ส่วนตัว อยากเก็บอะไรไว้บ้างโดยไม่ต้องอธิบาย และผมโกรธเพราะรู้สึกว่าไม่มีสิทธิ์รู้เรื่องการเงินในบ้าน ทั้งที่ผมดูแลค่าใช้จ่ายหลักๆ อยู่ เราทะเลาะจนทั้งคืนแทบไม่ได้หลับ วันที่สองเราทั้งคู่ก็พูดไม่ค่อยได้ หลายวันเงียบเลย
หลังจากนั้นพยายามคุยหลายรอบ ครั้งหนึ่งผมเสนอให้ลองบัญชีร่วมแบบแบ่งเปอร์เซ็นต์ เช่น ให้เงินส่วนตัวคนละ 20% ไปจัดการเอง แต่เธอตอบแบบกลางๆ ว่าอยากคิดเองก่อน แล้วกลับไปเก็บเงินในซองเหมือนเดิม ผมแบบ... งงและเซ็งนะ หรือผมคิดมากไปเองครับ เรารู้สึกเหมือนกำลังจะเดินไปสู่การแต่งงานกับคนที่ไม่อยากให้เราเห็นเรื่องส่วนตัวของเค้า แต่ก็เคารพสิทธิ์ส่วนตัวของคนคู่อ่ะ มันตีกันในใจมากกก
อีกปัญหาเล็กแต่สะสมคือช่วงเตรียมงานแต่ง เค้าเลื่อนนัดกับคนที่ต้องจ่ายเงินจองสถานที่บ่อย ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ผมเป็นคนชอบวางแผน ลิสต์ชัดเจน ทุกอย่างที่ทำให้เสียเงินส่วนรวมแล้วไม่แจ้งผม ทำให้ผมเครียดกว่าเรื่องตัวเงินเพราะมันสะท้อนการสื่อสารที่ไม่สม่ำเสมอ ผมเริ่มไม่มั่นใจในวันที่ต้องตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ร่วมกัน เช่น ซื้อบ้านหรือมีลูก
ผมไม่อยากเลิกนะครับ แต่ก็กลัวว่าถ้าวิธีการจัดการเงินและชีวิตส่วนตัวของเธอยังเป็นแบบนี้ ต่อให้รักมากแค่ไหน มันจะเป็นปัญหาในระยะยาวไหม หรือผมใจแคบเอง เครียดไปเอง หรือผมต้องหนักแน่นขึ้นแล้วบังคับให้มีระบบการเงินร่วมแบบชัดเจนไหม ผมกลัวว่าเรื่องเงินเล็กๆ จะกลายเป็นชนวนให้เลิกกันตอนใกล้แต่งงาน
เห็นหลายคนบอกว่าการสื่อสารสำคัญ แต่การสื่อสารต้องมาจากการรับฟังจริงๆ ไม่ใช่คำสั่ง เราก็พยายามแบบนั้น แต่บางวันความอดทนมันหมดฮวบ แล้วก็รู้สึกผิด T_T
เพื่อนๆ เคยเจอไหมครับ ถ้าเจอแบบนี้ควรทำยังไงดี ควรตั้งกฎเรื่องการเงินก่อนแต่งไหม หรือควรให้เวลาเธอปรับเองก่อน เรารอได้แค่ไหนครับ หรือควรชัดเจนแบบเขียนสัญญาเล็กๆ กันไว้ก่อนแต่งงานเลยดีไหมครับ
ตั้งกระทู้นี้เป็นครั้งแรกนะครับ ผิดตรงไหนขออภัยด้วยนะครับ ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ
แต่งงานดีไหมครับ เมื่อเรื่องเงินเล็กๆ กลายเป็นระเบิดเวลา
7
0
0
ยังไม่มีความคิดเห็น