เมื่อเช้าประมาณ 09:15 ผมกำลังยืนเสิร์ฟลูกค้าที่เคาน์เตอร์อยู่ดีๆ หัวหน้าก็มาดึงแขนพนักงานใหม่ไปจัดชั้นสินค้าแล้วกระซิบเบาๆ ว่า “เธออยากเอาแผนกนี้เป็นของตัวเองนะ” ผมได้ยินทั้งประโยคครับ แต่ก็ยิ้มแล้วทำงานต่อ เงียบเลย
เรื่องมันยาวนะ แต่สรุปรวดเดียวก่อน — ผมอายุ 35 ทำงานหน้าร้านขายของชำเล็กๆ ที่หัวหิน ย่านบ้านผม รู้จักคนแถวนั้นเยอะ ลูกค้าประจำมี ทำมาเกือบสี่ปีแล้ว (ประมาณ 3 ปี 9 เดือนน่าจะได้) แล้วเมื่อสองเดือนก่อน เจ้าของเอาพนักงานใหม่เข้ามาเพราะขยายมุมเครื่องดื่มนิดหน่อย ผมไม่ได้ค้าน เพิ่มคนก็ช่วยงานได้ แต่พอคนใหม่เข้ามา สัมผัสได้เลยว่าหัวหน้าเริ่มให้โอกาสหลายอย่างกับเขาจนเราแปลกใจ
ตัวอย่างง่ายๆ งานกะดึกที่ปกติหมุนเวียนกัน บางครั้งผมติดลูกค้าต้องขอแลกกะเพื่อนช่วยไป กลับบ้านดึกหน่อยก็โอเค แต่หลังจากคนใหม่มา หัวหน้าให้เขาเลือกกะและวันหยุดก่อนจนผมเริ่มสงสัย มาตรฐานเปลี่ยนไปรึเปล่า แล้วไม่ใช่แค่กะนะ งานเสริมที่ได้ค่าตอบแทนเพิ่ม เช่น การจัดสต็อกตอนร้านปิด หรือการรับของพิเศษ เจ้าของมอบให้พนักงานใหม่บ่อย ทั้งที่ผมขอทำมานานมากกกจริงงง เงียบ ทักไปก็ได้คำตอบแบบอ้อมๆ ว่า “คิวนี้ให้คนนี้ลองดูก่อน” แบบนี้บ่อยมากครับ
อีกเรื่องที่เจ็บคือเวลามีความผิดพลาดเล็กๆ เช่น ของหายไปชิ้นหนึ่ง หรือราคาตัวเลขในระบบผิด หัวหน้าจะเรียกประชุมต่อหน้าคนอื่น แล้วโทษรวมๆ ว่า “พวกนี้ต้องระวังขึ้นนะ” ทั้งทีมหน้าแดงหมด แต่พนักงานใหม่ทำผิดกลับถูกคุยแบบส่วนตัวเงียบๆ แล้วก็จบ และบางครั้งเขาได้เวลาไปพักยาวๆ เช่น หยุดไปกินข้าว 40 นาที ทั้งที่ปกติไม่เกิน 20 นาที แต่เราขอพักชั่วคราวเพราะเรื่องครอบครัว กลับโดนมองว่าไม่เอาจริงกับงาน เราเจ็บครับ หรือเราเป็นคนคิดมากไปเองมั้ย
มีครั้งนึงผมเก็บเงินทอนผิดประมาณ 200 บาท (คิวคนเยอะมากเมื่อคืน ประมาณ 45 นาทีติดต่อกัน) หัวหน้าดึงผมไปคุยหน้าร้าน เหมือนตำหนิท่ามกลางลูกค้าที่ยืนรอ แค่นั้นก็ตื้นตันจนอยากร้องไห้แล้ว แต่พนักงานใหม่เคยลืมล็อกตู้ของเล่นหลังร้าน วันรุ่งขึ้นคนของร้านมาแจ้งว่ามีคนนำของไป เจ้าของก็แค่พูดว่า “ระวังกันหน่อยนะ” แบบเบาๆ ไม่มีการตวาด และหัวหน้าก็ชมว่ารอบคอบที่มาบอกเร็ว ผมรู้สึกจุก เหมือนมาตรฐานมันเลือกปฏิบัติ เราจะพูดยังไงดี ทั้งที่เราไม่ใช่คนโต้เถียง หรืออยากทำให้บรรยากาศตึงเครียด แต่บางทีก็ทนไม่ไหวจริงๆ
ผมพยายามคุยกับหัวหน้าหลายรอบแบบสุภาพนะครับ ว่าอยากลองรับงานเพิ่ม อยากได้โอกาสฝึกฝน แต่มักได้คำตอบแบบว่า “เดี๋ยวๆ รอดูจังหวะ” ซึ่งได้ยินมาซักพัก แล้วพนักงานใหม่ก็ได้โอกาสไปเรื่อยๆ พนักงานเก่าๆ คนอื่นก็เริ่มบ่นกัน แต่ไม่มีใครอยากก้าวร้าว เพราะต่างคนต่างนินทา บรรยากาศอาจจะแย่ ผมก็ลังเลมาก ว่าควรพูดแบบเป็นทางการหรือหาทางย้ายงาน
อีกปัจจัยคือเรื่องปากเสียงกับลูกค้า ถ้าผมลุกขึ้นพูดมากเกินไป กลัวชื่อเสียงในชุมชนสะเทือน ผมอยู่หัวหิน ย่านที่ทุกคนรู้จักกันหมด การทำให้เกิดร้าวฉานอาจทำให้หางานยากขึ้นในอนาคต หรือผมคิดมากไปเองก็ไม่รู้
คืนหนึ่งผมนั่งกินข้าวกล่องหลังร้านตอนประมาณ 22:30 คนเดียว จัดการของในตู้เย็นเล็กๆ คิดไปคิดมา ถ้าทนต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น บางทีก็เหนื่อยทางใจจนอยากลาออกทันที แต่ก็กลัวหาใหม่ที่หัวหินจะลำบากเพราะมีภาระและมีครอบครัวเล็กๆ ที่ต้องดูแล ถ้าพูดตรงๆ กับเจ้าของ กลัวบรรยากาศตึง ลูกค้าสังเกต เดือดร้อนกันไปหมด ผมเลยงงและเคว้งมากครับ
ขอโทษถ้าเล่าไม่เป็นเรื่องนะ ครั้งแรกตั้งกระทู้จริงๆ ผิดตรงไหนขอโทษด้วยนะครับ เพื่อนๆ ที่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ ทำยังไงกันบ้าง ควรคุยยังไงให้มันเป็นเรื่องงานจริงๆ ไม่ใช่อารมณ์ หรือควรเริ่มมองหางานใหม่กลางๆ หัวหินเลยไหม ผมควรอดทนต่อไปหรือเปล่า หรือผมเป็นคนเก่าคิดมากไปเองครับ ช่วยแนะนำทีครับ T_T
ป.ล. ใครพูดตรงๆ ได้เลยครับ ผมรับได้ แต่ขอไม่อยากให้บอกให้ลาออกทันทีแบบไร้เหตุผล นะ ป่ะ?
งงมากครับ หัวหน้าเอาใจพนักงานใหม่จนผมทนไม่ไหว จะอยู่ต่อดีไหม
8
0
0
ยังไม่มีความคิดเห็น