เริ่มจากสั้นๆ ก่อนนะคะ เราอายุ 44 ปี ทำงานในโรงงานที่ห้วยทราย ย่านชะอำ-หัวหินมาประมาณ 18 ปีแล้วค่ะ
ขอโทษถ้าเรียบเรียงงง นี่เป็นครั้งแรกที่ตั้งกระทู้อยากระบายจริงๆ ค่ะ
เรื่องคือเมื่อสองเดือนก่อน (ประมาณ 8 สัปดาห์) บริษัทรับหัวหน้าแผนกใหม่มาเป็นผู้จัดการกะ เขาอายุประมาณ 30 ปลายๆ เพิ่งย้ายมาจากโรงงานสาขาอื่น เราตอนแรกยังดีใจเลยนะ ตอน 07:10 น. วันแรกยังยิ้มทักทายด้วยซ้ํา แต่พอเขาเริ่มทำงานจริงๆ มันแปลกมากกก ค่ะ
งานที่เราทำมาตลอดเกือบสองทศวรรษคือควบคุมเครื่องจักร ปรับจูน รั้งงานไม่ให้เกิดของเสีย และเขียนบันทึกส่งรายงานให้บริษัทกลาง เราทำแบบนี้มานาน ติดนิสัยจดทุกอย่างในสมุดเล็กๆ ใบหนึ่งที่ใส่ในกระเป๋ากางเกงตลอด แต่ตอนนี้หน้าที่เพิ่มขึ้นโดยไม่มีการปรับเงินเดือนหรือคำชื่นชมเลย
มีงานใหม่ๆ มาให้เราทำ เช่นต้องสอนพนักงานใหม่ซึ่งเราเต็มใจสอน แต่พอเขาเห็นเราเป็นคนเขียนบันทึก เขากลับไม่ฟัง บางครั้งสั่งให้เราทำงานอื่นที่ไม่เกี่ยวกับความรับผิดชอบเดิม เช่นให้นั่งตรวจบันทึกคนอื่นแทนการแก้ปัญหาเครื่องจักร เราก็ทำ แต่เริ่มรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม
ตลกร้ายคือก่อนหัวหน้าใหม่มาสลับกะน้อยกว่า แต่ตอนนี้กะเราต้องมาเช้ายิ่งกว่าเดิมและหยุดน้อยกว่าเดิม ทั้งที่เราอายุ 44 ไง ร่างกายไม่ไหวบ่อยๆ ปวดหลัง เป็นไมเกรน ตื่นกลางคืน หลับยาก แต่พอทักท้วงก็เหมือนเราเป็นคนขี้บ่น เขาบอกว่า "เธอชินแล้วไม่ใช่เหรอ" เออ...เราชินค่ะ แต่ก็มีขีดจำกัดป่ะคะ
อีกอย่างคือเขาชอบเรียกประชุมตอนเช้าเวลาพัก แล้วบอกว่าแค่สองนาที เราก็โอเคนะ แต่บางครั้งยาวเป็นชั่วโมง แล้วเขาชอบตัดสินใจโดยไม่ถามฝ่ายที่ทำงานจริงๆ เช่นเปลี่ยนกระบวนการตรวจงาน บอกให้ทำตามคู่มือใหม่ แต่คู่มือใหม่ไม่มีคอมเมนต์จากฝ่ายผลิตเลย เรามองแล้วจะทำให้ของเสียเพิ่มขึ้น แต่พอเราพูด เขาตัดหน้าเลยว่า “ลองทำตามก่อนแล้วถ้ามีปัญหาค่อยว่ากัน” ซึ่งสุดท้ายของเสียเพิ่มขึ้นจริงๆ เพื่อนร่วมงานบางคนเริ่มมองเราเหมือนเป็นคนขัดขวาง ทั้งที่เราแค่อยากให้ปลอดภัยและลดต้นทุน
จุดที่ทำให้เราร้องไห้จริงๆ คือวันก่อนเหตุการณ์หนึ่ง เขาเรียกเราออกไปคุยต่อหน้าเพื่อนร่วมงานทั้งหมด บอกว่าผลงานช้ากว่าคนอื่น พูดเสียงดังแบบจับผิด เราอึ้งมาก เพราะจริงๆ งานที่เราทำหนักกว่าเพื่อน แต่เขาไม่รู้รายละเอียด เขาพูดว่า “คนอายุเท่าเธอควรปรับตัวให้ทัน” คำพูดนั้นแทงใจมากกก จริงงง
พยายามแล้วนะ แต่การดูแลครอบครัว ค่าใช้จ่าย และสภาพร่างกายมันไม่เหมือนตอนยี่สิบ มันทำให้เรารู้สึกอับอายและท้อมาก เพื่อนร่วมงานบางคนก็เงียบ บางคนปลอบ แต่บางคนเริ่มไม่ชวนไปกินข้าวกลางวันที่เคยเป็นกิจวัตร เรารู้สึกโดดเดี่ยวขึ้นอีก
เราไม่แน่ใจว่าควรพูดกับหัวหน้าใหญ่หรือฝ่ายบุคคลไหม กลัวว่าพูดไปแล้วจะถูกมองเป็นคนทำเรื่อง หรืออาจถูกย้ายกะ ถูกลดหน้าที่หรือโดนผลกระทบอื่นๆ เรากลัวจริงๆ T_T
ลูกสาวเราอายุ 20 กำลังเรียน ค่าใช้จ่ายเริ่มมากขึ้น เราอยากเก็บเงิน แต่ถ้าต้องหยุดงานหรือออกมาจะหางานใหม่แถวหัวหินไม่ง่าย งานที่ต้องการคนมีประสบการณ์แบบเรามีน้อย แถมถ้าจะขายของเองก็ต้องเริ่มใหม่จริงๆ อายุเราก็ไม่เด็กแล้ว จะกลับไปฝึกงานใหม่คงไม่ใช่ทางเลือกที่น่าพิสมัยนัก
บางคืนหลับแค่ 2-3 ชั่วโมง เพราะคิดถึงคำพูดนั้น ซํ้าๆ ในหัว “คนอายุเท่าเธอ” ทำให้เราไม่มั่นใจในตัวเอง ทั้งที่ทุ่มเทมานาน ใจมันอ่อน พลังมันลดลงจริงๆ ค่ะ
หรือเราควรทนเพื่อเงินเพื่อความมั่นคง พูดกับหัวหน้าใหญ่จะได้ผลไหม หรือควรหางานใหม่ก่อนแล้วค่อยยื่นเรื่องกับ HR? หรือเก็บอารมณ์ไว้แบบนี้ไปเรื่อยๆ ดี จะมีใครเข้าใจไหมอ่ะ เราไม่อยากเป็นคนทำเรื่องใหญ่ แต่ก็ไม่อยากให้ตัวเองถูกปฏิบัติแบบนี้ต่อไป
ขอโทษถ้าอ่านยาวไปนะคะ เพื่อนๆ ว่าไงคะ เราควรทำยังไงดีคะ จขกท งงและเสียใจมากมากกก
ป.ล. ถ้าผิดกติกาการตั้งกระทู้ขออภัยด้วยนะคะ 5555
งงและเสียใจสุดๆ ค่ะ หัวหน้าใหม่มาทำงานเปลี่ยนไปหมด เราควรอยู่ต่อไหมคะ
11
0
0
ยังไม่มีความคิดเห็น