เรามีคำถามจริงๆ ค่ะ เพื่อนๆ ว่าแบบนี้ควรไปต่อหรือพอแค่นี้ดี? งงมากกก

เรื่องมันยาวนะ แต่จะพยายามย่อ... จขกท แต่งงานมาเกือบสามปีแล้ว ตอนนี้อายุ 43 ทำบัญชีให้บริษัทเล็กๆ ในเชียงใหม่ ทำงานเช้า-เย็น บางวันกลับบ้านปาไปทุ่มกว่าๆ ต้องคิดเลขทุกวัน เลยชอบเก็บเงิน วางแผน ตอนก่อนแต่งคิดว่าแต่งแล้วคงสบายขึ้น ไม่ต้องเครียดเรื่องเงินเท่านี้ แต่ปัจจุบันมีเรื่องเล็กๆ สะสมจนเราเหนื่อยมากกก มากกกจริงงง

แฟนอายุ 45 ทำงานอิสระ รับซ่อมแอร์กับไฟฟ้าในหมู่บ้านแถวตัวเมือง รายได้ขึ้นๆ ลงๆ บางเดือนดี บางเดือนฝืด เขาชอบซื้อของทันทีที่อยากได้ เช่น เคยซื้อเครื่องมือแพงๆ แบบที่ยังไม่จำเป็น ตอนนั้นบอกว่าจะใช้กับงาน แต่ใช้จริงประมาณ 1 เดือนก็วางไว้ในมุมบ้านแล้ว แล้วก็ซื้อชิ้นใหม่อีก เราเห็นแล้วแบบ เอาเงินเก็บเราไปหมดรึเปล่า ปล่อยผ่านไม่ได้เลยอ่ะ

ก่อนแต่งคุยกันเรื่องเงิน มีการแบ่งบัญชี อันหนึ่งสำหรับของใช้ส่วนตัว อีกบัญชีเป็นของรวมจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร ค่าเช่า แต่ไม่เคยชัดว่าใครเติมเท่าไหร่ เพราะแฟนมักจะหยิบเงินจากบัญชีรวมโดยไม่ทักท้วง บางครั้งถามแค่ "ยังพอไหม" แล้วถ้าขาดก็ไปถอนจากบัญชีออมของเขา ซึ่งเราไม่รู้ว่ามีเท่าไหร่เลย อย่างเช่น ช่วงเดือนมีนาคมเขาซื้อพวงกุญแจลายหมูกับต้นไม้ใหม่ๆ เยอะมาก ใช้เวลาซื้อรวดเดียวประมาณสองอาทิตย์ เชิงระเบียงเต็มไปหมด เราอยากได้พื้นที่เล็กๆ ปลูกผักกินเอง ไม่ใช่สวนโชว์ขนาดนั้น แต่เขาบอกเป็นงานอดิเรก เค้าอยากมีความสุขนะคะ

ข้อที่ทำให้คิดมากสุดคือเรื่องงานแต่งงานอีกครั้ง เราจัดงานเล็กๆ ที่บ้านไปแล้ว แต่แฟนอยากจัดงานเล็กๆ อีกงานให้เพื่อนๆ แบบง่ายๆ เขาบอกอยากเก็บความทรงจำ อยากให้เพื่อนๆ มาเจอเราในชุดสวยๆ เราอยากเก็บเงินซื้อบ้านหรือสำรองเกษียณมากกว่า ต้องยอมทำงบประมาณหมื่นสองหมื่นสำหรับงานที่เรารู้สึกว่าไม่จำเป็น แต่เขาก็ดีตรงชวนครอบครัวและรับผิดชอบบางส่วน สุดท้ายเรามักเป็นคนจ่ายเพิ่มเพราะเขา “ลืม” โอน บ้างฝากค่ามัดจำไว้แล้วไม่ได้ตาม บ้างก็บอกว่างานหน้าจะชดเชย

เราเคยพยายามคุยหลายครั้ง วางแผนการเงินร่วมกันจริงจัง แต่มักจบที่ทะเลาะเรื่องคำพูดเล็กๆ ที่สะสม เช่น เขาไม่จดงานซ่อม คนมาถามก็บอกปากเปล่า แต่พอเราเช็คบัญชีก็เจอค่าอะไหล่เกินงบที่คุยไว้ บางทีทำให้ค่าใช้จ่ายเดือนไม่ตรง ระบบขาดการจัดการ เราในฐานะนักบัญชีเห็นแล้วเครียด อธิบายด้วยเหตุผลก็กลายเป็นเราดุ แฟนก็บอกทำไมเป็นงี้ ตึงเครียดตลอด

มีครั้งหนึ่งที่คิดว่าเราเป็นคนเจ้าระเบียบเกินไปรึเปล่า แต่มีเหตุการณ์เล็กๆ ทำให้ชัด เช่น เขาซื้อโทรศัพท์ใหม่ทั้งที่เพิ่งซื้อไปประมาณสองปี บอกว่าเป็นงานต้องใช้ แต่จริงๆ ทำให้แผนบ้านเลื่อนออกไปเกือบสองปี เราเลยเซ็ง หัวเราะแล้วก็หงุดหงิด จะขำก็ขำไม่ออก 5555

เราพยายามปรับ มีการกำหนดงบประมาณชัด เช่น ทั้งสองคนต้องโอนเงินรายเดือนเข้าบัญชีรวมตามเปอร์เซ็นต์ และถ้าจะซื้ออะไรใหญ่ๆ ต้องคุยก่อน แต่แฟนบางครั้งทำบ้างไม่ทำบ้าง ทำแบบปุบปับ ความไม่สม่ำเสมอทำให้เราเริ่มไม่ไว้วางใจระบบ กลัวว่าถ้าปล่อยไปท้ายที่สุดจะไม่มีเงินสำรองพอถ้าเกิดเหตุ เช่น ตอนกลางคืนตีสองเราเคยนั่งนับเงินสำรองแล้วคิดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายยามเกษียณของเราเอง และค่ารักษาพ่อแม่ที่อายุมากแล้ว

เราไม่อยากให้เรื่องเงินเป็นข้อแม้ใหญ่ทำให้ความรักพังนะคะ แต่พยายามคุยยิ่งเหมือนยิ่งไม่เห็นเป้าหมายเดียวกัน เราเหนื่อย ทั้งที่รักและขำกับนิสัยเขาพร้อมกัน งงมาก ไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ

เพื่อนๆ คิดว่าเราควรทำยังไงดีคะ? ให้เวลาเขาปรับแบบมีแผนจริงจังอีกสักปีไหม หรือควรกดดันให้เป็นระบบขึ้นทันที แบบบัญชีแยกชัดเจนและไม่ยกเว้น เค้า หรือถ้าไม่เปลี่ยนเราควรทำยังไงต่อ เพราะเริ่มกลัวอนาคตร่วมกันแล้วค่ะ T_T

ป.ล. ใครเคยเจอคู่ที่อีกฝ่ายชอบซื้อของทันใจ ใช้วิธิไหนได้ผลบ้างคะ?