เรา 23 ค่ะ อยู่นนทบุรี ทำงานเป็นฟรีแลนซ์เขียนคอนเทนต์กับดูแลโซเชียลเล็กๆ ให้ลูกค้าเป็นรายๆ ค่ะ
เรื่องเริ่มจากโปรเจคหนึ่งที่รับมาเมื่อต้นเดือน เป็นลูกค้าของเพื่อนของเพื่อนที่แนะนำให้ เขาบอกอยากเริ่มเพจโปรโมทร้านอาหารย่านชานเมือง เราเสนอแพ็กเกจคิดตามชั่วโมง ทำคอนเทนต์ วางแผนโพส ทำกราฟิกง่ายๆ 10 โพสต่อเดือน ราคาที่ให้คือราคาที่คิดว่ายุติธรรมสำหรับคนเริ่มต้นแบบเรา และสะดวกทั้งสองฝ่ายค่ะ
คุยกันได้สองสามวัน เขาขอเพิ่มว่าช่วยถ่ายรูปให้ด้วยไหม เราก็บอกว่าไม่ได้อยู่ใกล้ร้านทุกวัน แต่ถ้าเขาส่งรูปมาให้ เราจัดรูปให้สวยได้ ใช้เวลาต่อโพสประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วก็โอเคนะ เราอยากได้รีวิวและงานจริงๆ
แต่จากนั้นเริ่มมีคำขอแปลกๆ เช่น ขอให้เรายืนรับออเดอร์ตอนเปิดร้าน 1 วัน เพื่อเรียนรู้บรรยากาศ (ประมาณ 4 ชม. ได้) ขอให้เราใช้บัญชีส่วนตัวไปลงโฆษณาให้ เพราะบัญชีร้านยังไม่ผ่านการยืนยัน และที่หนักสุดคือขอให้เราทำคลิปสั้นแบบสั่งฟรีเพื่อทดลองวางคอนเทนต์ เราเงียบเลย. แบบว่า.. เงียบเลยจริงๆ ค่ะ
รู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็ลังเลเพราะเขาเป็นคนแนะนำงานต่อได้ และเราเพิ่งเริ่ม เงินยังไม่แน่นอน แต่การขอใช้บัญชีส่วนตัวเราไปลงโฆษณามันเสี่ยงนะคะ แล้วการขอให้เราทำของฟรีหลายอย่างทำให้รู้สึกว่าถูกกดราคาแบบทีละนิดๆ จนสงสัยว่าควรยอมหรือเราแคร์มากไปเอง งงอ่ะ
อีกอย่างมีพาร์ทเนอร์ที่มาคุยงานครั้งเดียวแล้วหาย โทรไปไม่รับ ทักไปไม่ตอบ แต่เห็นลงสตอรี่ว่าวันหยุดไปเที่ยวเชียงใหม่แล้วแท็กเพื่อนอีกหลายคน เราก็งงมากกก มันดูไม่จริงจัง ทำไมสื่อสารกับคนที่รับงานแบบนี้ มันเหมือนเขาไม่เห็นคุณค่าของเวลาและทักษะเราเลย แต่เราไม่อยากทำตัวขี้บ่นหรือแข็งกร้าว เพราะกลัวโอกาสต่อไปหายหมด
มีครั้งนึงเขาขอให้เราไปที่ร้านตอนสี่ทุ่มกว่า (ประมาณ 22:15) เพราะมีโพสโปรโมทตอนดึก เราเป็นคนไม่ค่อยออกนอกบ้านตอนกลางคืนคนเดียว แต่ทนไปเพราะคิดว่าเป็นครั้งเดียว พอไปถึงเขาบอกให้เราอยู่ช่วยรับออเดอร์และโพสสด แล้วบอกว่า "จะเอาเครดิตให้ในโพส" เราทำหน้า.. เออ แล้วเครดิตสามารถจ่ายค่าข้าวกับค่าเดินทางไหมล่ะคะ 5555 หัวเราะแบบกลบเกลื่อนแต่ข้างในแปลกมากกก
เพื่อนรุ่นพี่ที่ทำฟรีแลนซ์มานานบอกว่า "ถ้างานช่วยต่อยอด ก็ควรยอม" แต่เราก็คิดว่าอะไรคือต่อยอดจริงๆ บางงานเหมือนต่อยอดเฉพาะคนที่มีคอนเน็กชันอยู่แล้ว เราอายุแค่ 23 ยังไม่มีลูกค้าประจำเยอะ จะให้แลกเวลาแลกค่าใจแบบนี้ตลอดคงไม่ไหว
และเรื่องเงินค้างชำระอีก ลูกค้าคนนี้บอกว่าจะโอนเมื่อได้ยอดขายถึงเป้า เราแบบ... แล้วถ้าขายไม่ถึงล่ะ เราต้องรับความเสี่ยงนั้นด้วยไหม เขาบอกจะทดลองโมเดลแบ่งรายได้ แต่ไม่มีสัญญาชัดเจน เราปรี๊ดสุดๆ ในใจ แต่ก็นึกได้ว่าเพิ่งเริ่ม เลยพยายามใจเย็น พูดคุยปรับวิธี แต่ทุกครั้งที่คุยเราเหนื่อยและเครียดจนเริ่มหลีกเลี่ยงเช็กเมล
เราแคร์ภาพลักษณ์ด้วย กลัวว่าถ้าปฏิเสธตอนนี้ คนจะบอกว่าจขกทเอาเปรียบ กลัวคนพูดไม่ดี แล้วก็กลัวว่าถ้ารับไปจะถูกว่าภายหลังว่าไม่เต็มที่ ทั้งที่เราทำเต็มที่แล้ว แต่วิธีสื่อสารมันทำให้เราไม่มั่นใจในตัวเอง เหมือนต้องเก็บอคติแล้วยิ้มไว้ แต่ค่าใช้จ่ายส่วนตัวก็เยอะนะ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร แบตเตอรี่สำรองเล็กๆ ที่ซื้อไว้ คอมพิวเตอร์ ค่าเน็ต มันไม่ฟรีจริงๆ ค่ะ
หรือเราใจแคบเองนะ หรือร้องขอมากเกินไป? หรือควรตั้งกฎชัดเจนตั้งแต่แรก เช่น ไม่รับงานฟรี ไม่ใช้บัญชีส่วนตัว ให้จ่ายมัดจำก่อน พูดแบบนี้จะดูหยิ่งไหมคะ หรืออธิบายให้ลูกค้าเข้าใจว่าฟรีแลนซ์ก็มีค่าใช้จ่ายเหมือนบริษัทมั้ย บางทีก็อยากให้ใครมาบอกว่าทำแบบนี้ได้ผลไหม แต่ก็อายจะถามคนในวงการ กลัวโดนหัวเราะ
ขอโทษถ้าเรียบเรียงงงนะคะ จขกท งงมากจริงงง T_T
เพื่อนๆ เป็นฟรีแลนซ์แล้วเจอแบบนี้แนะนำยังไงได้บ้างคะ มีประโยคปฏิเสธแบบสุภาพแต่ชัดเจนไหม ช่วยแชร์ให้หน่อย อยากเก็บไว้ใช้ครั้งหน้า
ทำไมงานฟรีมันดูเหมือนข้อเสนอที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับฟรีแลนซ์หน้าใหม่คะ?
9
0
0
ยังไม่มีความคิดเห็น