ขอโทษนะคะ กระทู้แรกจริงๆ พอดียืมล็อกอินเพื่อนมาโพสต์ด้วย เขียนไม่ค่อยเก่งด้วย ขอโทษล่วงหน้าถ้าอ่านแล้วงงนะคะ เราเพิ่งออกเวรมา หน้ามึนๆ ใจยังเต้นอยู่ค่ะ ยังไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นจริงงง
เราอายุ 35 ทำงานโรงแรมย่านในเมืองขอนแก่น เป็นพนักงานต้อนรับหน้าแผนกมากว่า 7 ปีแล้วค่ะ งานเรามีความกดดันตามประสาพนักงานบริการนะ ต้องยิ้มแม้จะเพลีย ต้องรับเรื่องแขกบ่นเรื่องห้อง เรื่องอาหาร บิลผิด บลาๆ แต่ช่วงหลังความกดดันมันไม่ได้มาจากแขกอย่างเดียว มันมาจากคนรอบตัวในทีมด้วย ป่ะ มันอึดอัดมากกก
เรื่องเริ่มจากหัวหน้ามอบหมายงานพิเศษให้คนหนึ่งในทีมเทรนพนักงานใหม่หรือไปช่วยแผนกอื่น เขาเลือกคนนี้บ่อยมาก คนคนนั้นอายุน้อยกว่าเราประมาณ 26-27 สวยๆ มีเพื่อนเยอะในโซเชียล เราไม่อิจฉาหรอกจริงๆ นะ แต่บางครั้งก็แปลก เช่น วันหยุดเราแจ้งล่วงหน้าว่าสลับวันกับเพื่อนเพราะต้องไปงานศพ หัวหน้าพูดว่า “ไม่เป็นไร กลับมาทันไหม?” น้ำเสียงไม่เห็นเต็มใจเลย เราไปเล่าเพื่อนก็ยิ้มแล้วบอกว่าไม่ต้องเครียด เดี๋ยวจัดให้ แต่จริงๆ เพื่อนไปคุยกับหัวหน้าแล้วให้คนที่หัวหน้าชอบไปแทนเราแทนที่จะเป็นเพื่อนเรา เรานิ่งเลย เงียบมาก
มีเรื่องหนักกว่านั้นค่ะ สองสัปดาห์ก่อนตอนประมาณตีสี่ครึ่ง เราได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายดูแลห้องพักว่ามีแขกท้วงกุญแจการ์ดหาย เขาบอกว่ามีการ์ดพนักงานใบหนึ่งถูกใช้สแกนเข้าห้องหลังเลิกงาน พนักงานคนนั้นคือเรา ตอนแรกเรายังคิดว่าคงเข้าใจผิดเพราะเราออกเวรเช้าและกลับบ้านก่อน แต่หัวหน้ามาสอบสวนแล้วเอาภาพจากกล้องมาให้ดู เป็นคนที่ยืนทรงผมหลังคุ้นๆ กับเรานะ แต่รูปเบลอหน่อย เรพยายามอธิบายว่าเราออกจากงานประมาณสี่ทุ่มเจ็ดนาที มีพยานคือเพื่อนที่ร้านกาแฟมุมซอยที่เราชอบไปกินโจ๊กก่อนกลับบ้าน เขายังโทรไปหาหัวหน้าให้ (ใช้เวลาโทรประมาณ 2 นาที) แต่หัวหน้าหน้าแข็งมาก บอกว่า “ถ้ารูปตรงกับบันทึกเวลา ก็ต้องว่ากันตามนั้น” แล้วก็ตัดบท เรางงมากกกกกก
ต่อมาเขาให้เราเซ็นอะไรบางอย่างเป็นบันทึก เรารู้สึกถูกกดดันเลยเซ็นไปเพราะกลัวเรื่องจะใหญ่ แล้วมีคำสั่งให้เราลดชั่วโมงการทำงานเพราะมี “ปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือ” ซึ่งทำให้เงินเดือนหายไปพอสมควร เราไม่โอเคนะ แต่ก็ไม่กล้าทะเลาะมากเพราะเป็นเสาหลักค่าใช้จ่ายที่บ้าน พ่อแม่อยู่ต่างจังหวัด ค่ารถ ค่ากิน ค่าน้ำมันมอเตอร์ไซค์ วันนึงประมาณ 40-50 บาท ก็ต้องหา
ประเด็นคือ เพื่อนคนนั้นที่หัวหน้าเอ็นดู เขายังทำงานได้ตามปกติ บางคืนกลับบ้านดึก หัวหน้าไม่เคยเรียกมาคุย ทั้งที่มีภาพสต็อกหลายรูปเหมือนกัน แต่ทำไมเราโดนเด่นชัดแบบนี้ หรือเราคิดมากไปเอง? เราเริ่มสงสัยว่ามีคนนินทาเราในกลุ่ม อาจเพราะเรากล้าพูดเวลามีปัญหาบ้าง หรือเราไม่เข้าไปเม้าท์กับทีมตอนหลังเลิกงานก็ไม่รู้
ตอนนี้เราไปขอไฟล์กล้องวงจรปิดแบบเต็มๆ กับฝ่ายรักษาความปลอดภัย เขาตอบว่าไฟล์บางส่วนถูกบีบอัดหรือเก็บไม่ครบเพราะระบบเก่า ฟังแล้วแบบ อ้าว แล้วเอาอะไรเป็นหลักฐาน? เราเลยไปคุยกับหัวหน้าใหญ่คนละคน เขาฟังนิ่งๆ แล้วบอกจะตรวจสอบ แต่ผ่านมาเกือบสองสัปดาห์ ยังไม่มีการติดต่อกลับชัดเจน มีแต่คำว่า “กำลังตรวจสอบ” กับสายตาเย็นชาในที่ทำงาน
บางคืนเรานอนไม่หลับจริงๆ ค่ะ คิดเยอะมาก ทำไมงานที่เรารักต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ เราเคยทำบุญกับเพื่อนร่วมงาน ซื้อขนมเล็กๆ มาแบ่ง เราก็พยายามเป็นคนดี แต่พอมีเหตุแบบนี้มันทำให้เราตั้งคำถามทั้งกับตัวเองและอาชีพ รู้สึกเหมือนถูกตราหน้า ทั้งๆ ที่ยังไม่มีพิสูจน์ความผิดชัดเจนสักอย่าง
หรือเราอ่อนไหวไปเอง? หรือควรเอาหลักฐานไปให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นทางการมากขึ้น? เราไม่อยากให้ที่ทำงานกลายเป็นสงคราม แต่ก็ไม่อยากให้ชีวิตลำบากเพราะการตัดสินใจของหัวหน้าคนเดียว เพื่อนๆ ว่าไงคะ ควรทำยังไงดี เรารู้สึกเหมือนเดินบนเส้นเชือกบางๆ ตลอดเวลา ไม่มีความแน่นอนเลย
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ ถ้าใครเคยเจอแบบนี้ช่วยแชร์วิธีจัดการหรือคำแนะนำให้หน่อยค่ะ ควรเก็บหลักฐานแบบไหนเพิ่มดี เก็บแชท เก็บสลิปเข้าออกของเพื่อนร่วมงานมั้ย หรือขอไฟล์กล้องที่ละเอียดกว่านี้ได้ยังไง เค้าแนะนำหน่อย5555
ป.ล. ถ้าน้ำเสียงในโพสต์งงๆ ขอโทษจริงๆ ยังช็อกอยู่ มือสั่น ถือแก้วกาแฟกระดาษที่วางไว้ข้างคอมเป็นของปลอบใจด้วย ฮือ T_T
ขอโทษนะคะ กระทู้แรกเลย แต่ยังช็อกกับที่ทำงานอยู่ จะเล่าให้ฟังยาวๆ
7
0
0
ยังไม่มีความคิดเห็น