เฮ็ดงานออฟฟิศที่ภูเก็ตมาเกือบสิบสองปีแล้วเด้อ
เล่าสั้นๆ ก่อนละกัน — มื้อนี้เพิ่งเจอเรื่องที่เฮางงกับโตเองหลายๆ แต่กะขำๆ แบบอึดอัด งงแท้ๆ เหมือนมึนน้อยๆ
อายุผม 42 เป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานในบริษัทท่องเที่ยวเล็กๆ ใกล้ตลาดสด งานหลักกะคือเบิ่งเอกสาร ประสานโรงแรมกับไกด์ ทำใบเสนอราคา อัพเดตไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์ ช่วยฝ่ายบุคคลยามจำเป็น บางมื้อก็ต้องออกไปจ่ายเช็คตอนบ่ายสาม บางเทือกะต้องนั่งเฝ้าโทรศัพท์จนค่ำห้าทุ่มถ้ามีกลุ่มดึก งานบ่แม่นรูทีนเป๊ะๆ แต่กะพอไปได้ เหมาะกับชีวิตครอบครัวกับเมียลูกหน่อยๆ — ผมมีปากกาลูกลื่นสีดำนี่แท่งเดียวไว้เซ็นเอกสารทุกมื้อ เช้านึงเซ็นประมาณ 7 วินาทีต่อใบ อะหยังแบบนี้เลย
ปัญหาคือหัวหน้าคนปัจจุบันเพิ่งขึ้นมาได้เกือบสองเดือน เขาชอบให้ทีม "เฮ็ดได้ทุกอย่าง" แบบบ่มีกรอบ เช่น มื้อวานบอกอยากให้ทีมช่วยเฮ็ดคอนเทนต์โซเชียล เห็นคู่แข่งโพสต์ดีๆ เขาว่าเดี๋ยวนี้ไผๆ กะเฮ็ดได้ ลงคลิปสั้นๆ บอกไอเดียให้ เสร็จงานนี้กะรับสายลูกค้า สลับไปเช็คเรทราคาโรงแรม แล้วมาต้องเฮ็ดสไลด์พรีเซนท์มื้อซื่อหน้า เข้าใจบ่น้อ
เข้าใจเด้ แต่ผมบ่แม่นคนเก่งเทรนด์โซเชียล เฮ็ดได้แต่บ่สวย บ่ครีเอทีฟ เหมือนผมออกใบแจ้งหนี้แม่นกว่าจั๊กหน่อย หัวหน้าไม่ค่อยอยากฟังว่าคนเฮามีจุดแข็งต่างกัน เขาอยากเห็นความคล่องตัวตลอด ถามหยังกะตอบได้ ทำให้ผมฮู้สึกว่าล้าหลัง ทั้งๆ ที่งานเก่าผมเฮ็ดดี ลูกค้ายกนิ้วให้หลายเทื่อ แต่พอหัวหน้าเน้น flexible แบบคนวัยยี่สิบ ผมกะคิดว่า เฮ้ย เฮาสิไปเรียนติ๊กตอกตอนตีหนึ่งดีบ่. ฮาๆ 55555 (໕໕໕)
บางเรื่องเปลี่ยนเร็วโพด เช่น ประชุมเช้าทุกมื้อเก้าโมงเป๊ะ เดิมเป็นอัพเดตสั้นๆ แต่ตอนนี้กลายเป็นเวทีไอเดีย ต้องโชว์สไลด์ 3 หน้า เฮ็ดตัวอย่างโพสต์ เสนอแคมเปญ แล้วยังต้องจด follow-up เยอะๆ เพิ่งฮู้ว่าคนเขาพูดหน้ากล้องไหลลื่นกันจริงๆ เฮากะเลยเงียบไป หลายเทือพูดบ่เป็น หลายเทื่อกะอยากฮู้อยากเว้ากะลืมคำที่เตรียมไว้ เงียบแหละ
บางมื้อหัวหน้าขอให้ผมเฮ็ดงานนอกกรอบ เช่น ให้ไปคุยกับเจ้าของร้านอาหารจังหวัดอื่น (นัดตอนบ่ายโมงครึ่ง) แต่เขาโทรมาตอนเก้าโมงเช้า เปลี่ยนไอเดียให้แก้แผนทั้งหมดภายในบ่ายโมง แล้วยังเพิ่มให้เขียนสคริปต์คลิปสามนาทีเพื่อโปรโมทอีก ทำไมต้องสามนาทีล่ะ งงหลาย
ผมพยายามปรับ เลยไปคุยกับหัวหน้าว่าเฮาทำได้แบบนี้เด้อ แต่ถ้าต้องการสไตล์แบบนั้นจริงๆ อาจต้องมีเวลาเฮ็ดซ้อมหรือมีคนรับผิดชอบคอนเทนต์โดยตรง เขาฟังแป๊บเดียว แล้วตอบว่า "กะลองเบิ่งแล้วกัน" แต่หลังจากนั้นงานกะยังมากระจุกที่ผม ทั้งงานเทคนิคและงานสร้างสรรค์ จนผมฮู้สึกว่าถูกเอามาเป็นคนกลางระหว่างฝ่ายเทคนิคกับครีเอทีฟ ทั้งที่ผมเป็นคนออฟฟิศธรรมดา บ่แม่นมืออาชีพด้านครีเอทีฟ
บางคืนผมนอนไม่ค่อยหลับ คิดว่าเฮาทำได้บ่น้อ หรือคิดมากไปเอง หรือควรเว้าตรงๆ ว่าเฮาบ่สามารถเฮ็ดทุกอย่างแบบมืออาชีพได้ แต่กะกลัวคำว่า "ถ้าบ่ทำได้กะหาโตใหม่" จะมาเคาะประตู เฮาอายุมากกว่าคนใหม่ๆ ในทีม มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบเมียลูก มีค่าส่ง มีค่าใช้จ่าย บ่อยากเปลี่ยนงานบ่อย แต่บรรยากาศที่ต้องขายอิมแพ็คกับความเร็วมันทำให้เหนื่อยและบ่แน่ใจขึ้นเรื่อยๆ
แอบหนีหัวหน้ามาตั้งกระทู้เนี่ยเด้อ เดี๋ยวสิกลับไปต่อ T_T
เพื่อนร่วมงานบางคนเห็นใจ แต่บางคนกะแซวตรงๆ ว่า "ทำไมยังบ่เป็นติ๊กตอกอัลฟ่า" ตลก แต่กะเจ็บนิดๆ อยากหัวเราะแต่กะอยากร้องไห้ ผมคงต้องพัฒนาทักษะบางอย่าง เช่น เฮ็ดวิดีโอสั้น เบื้องต้นอาจไปลงคอร์สสั้นๆ 2-3 มื้อ แต่กะกลัวว่าจะลงทุนเวลา+เงินแล้วบ่ได้ผล เพราะพอเรียนแล้วหัวหน้าอาจบ่ปล่อยให้เฮ็ดจริง หรือให้โอกาสแล้วกะคาดหวังสูงขึ้นอีก
อยากถามเพื่อนๆ ที่เคยเจอหัวหน้าแนวนี้หรือคนวัยใกล้ๆ กัน — ควรคุยตรงๆ กับหัวหน้าว่าเฮามีขอบเขตงานและอยากพัฒนาทีละอย่างดีบ่ หรือควรเงียบๆ พยายามเรียนรู้ให้ได้ทุกอย่างเพราะกลัวโดนมองว่าบ่พร้อมรับงาน? หรือมีวิธีแบ่งงานเป็นระบบโดยบ่ถึกกดดันหลายบ้าง? ผมบ่ อยากเป็นคนขี้เกียจ แต่กะบ่อยากถูกดึงให้เฮ็ดทุกอย่างจนสะดุ้ง
ป.ล. ถ้ามีไผแนะนำคอร์สสั้นๆ ในภูเก็ตที่บ่ต้องเรียนออนไลน์หลายๆ จะกอดคอมเมนต์ไว้เลยครับ
หัวหน้าฮู้บ่ อยากให้คนทำ 'ทุกอย่าง' หรือเฮาแค่บ่ทันสมัย? ขอแชร์จากออฟฟิศเล็กๆ ที่ภูเก็ตเด้อ
4
0
0
ยังไม่มีความคิดเห็น