เพิ่งแต่งงานมาได้หกเดือนค่ะ
เงียบเลย
คืออยากระบายมากกก แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ขอโทษถ้าเรียบเรียงงงนะคะ
สั้นๆก่อน เราอายุ 22 ทำงานเป็นบาริสต้าที่ร้านเล็กๆในขอนแก่น งานกะเช้า-บ่าย เลิกประมาณ 18:30 บางวันกลับบ้านเกือบสองทุ่ม มีตุ๊กตาตัวเล็กที่ตั้งไว้ตรงชั้นหนังสือเป็นที่ระบายอารมณ์ เวลาเหนื่อยก็จิบกาแฟชงเองประมาณ 10 นาทีก่อนนอน
คบกับสามีก่อนแต่งประมาณปีนิดๆ จริงใจนะคะ จขกท ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร เลยเลือกทำทุกอย่างเองตั้งแต่เตรียมงาน ยันจ่ายค่าใช้จ่ายที่เราว่าพอดี แต่ปัญหามันเริ่มจากรายละเอียดเล็กๆที่สะสมจนกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเรา
ก่อนแต่งเขาดูเอาจริงเรื่องเงินมากกว่าที่คิด แต่เราคิดว่าโอเค เขารักจริง ประหยัด มีแผนอนาคต เหมาะกับคนอยากมีความมั่นคง เราก็ชอบ แต่พอแต่งกันแล้ว...เขามีนิสัยเก็บเงินสุดโต่งจนทำเราอึดอัดมากกก จริงงง
เช่น เวลาอยากกินข้าวนอกบ้าน เขาจะคำนวณทุกรายละเอียด ทั้งค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าโปรฯที่จะได้ แล้วมักจะบอกว่า "เก็บเผื่ออนาคตดีกว่า" ทั้งที่เงินเดือนเราไม่หรู แต่เราอยากไปดูหนังกับเพื่อนบ้าง อยากซื้อของเล็กๆให้ตัวเองบ้าง แต่เวลาเราขอซื้อ เขาจะถามว่าในตารางบัญชีมีไหม มันเหมือนต้องขออนุญาตตลอด เหมือนเด็กเลยอ่ะ ไม่โอเคเลยมั้ยคะ
อีกอย่างคือเขาไม่ชอบใช้เงินกับ "ของที่เขาเห็นว่าไร้ประโยชน์" แต่ของบางอย่างสำหรับเราคือเรื่องจิตใจ เช่น ร้านตามสั่งหน้าปากซอยที่เราอยากกินมานาน หรือคอร์สเรียนทำกาแฟออนไลน์ที่ราคาไม่แพงสำหรับพัฒนาฝีมือ เขาจะบอกว่าเป็นฟุ่มเฟือย แล้วบอกให้เก็บไว้ซื้อบ้าน เขาตัดสินแทนความสุขเล็กๆ ของเราได้ยังไงก็ไม่รู้ ทำให้เราเก็บกดมากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องปรับตัวก็เลยพยายามคุยแบบนุ่มนวล บอกว่าอยากมีเงินส่วนตัวสักก้อนเผื่องานอดิเรก อยากมีบัตรเงินสดเล็กๆไว้ใช้ เขาเงียบ หน้าจริงจัง แล้วตอบว่า "ถ้าเธออยากได้ก็ทำไรหาเงินเองสิ" แบบนั้นทำเราเจ็บนะ มันรู้สึกเหมือนเขาไม่เข้าใจคำว่า 'ร่วมชีวิต' หรือเราเป็นคนคิดมากเองก็ไม่รู้
มีเรื่องที่ทำให้รู้สึกเหมือนเขาซ่อนอะไรด้วย คือก่อนแต่งเขาบอกว่าไม่มีหนี้อะไร แต่เราไปเจอหมายเลขบัญชีอีกบัญชีในมือถือของเขาบังเอิญ (ไม่ได้ตั้งใจค้นนะคะ) บัญชีนี้มีเงินเก็บอีกส่วนหนึ่งที่เขาไม่ได้พูดถึง เขาบอกว่าตั้งไว้เผื่อเหตุฉุกเฉิน เราเข้าใจ แต่ถ้าเป็นเหตุฉุกเฉินจริงๆ ควรแจ้งคนในครอบครัวหรือคู่ชีวิตบ้างมั้ย มันทำให้เรารู้สึกว่าการตัดสินใจบางอย่างเขาไม่อยากให้เราเข้าร่วม ทั้งที่เรื่องเงินสำคัญสำหรับการมีบ้าน มีลูกในอนาคต เรารู้สึกเหมือนถูกกั้นออกนอกวง
เราไม่ใช่คนเจ้าบ้านมาก่อน แต่อยากมีพื้นที่ส่วนตัวทางการเงินบ้าง คิดว่าการแบ่งเงินเป็นสัดส่วนควรคุยกัน แบ่งเป็นกองรวมกับกองส่วนตัว แต่ทุกครั้งพูดเรื่องนี้ เขาจะตอบกลับแบบหวงหรือดราม่านิดๆ ว่า "ไม่อยากให้คนอื่นมายุ่ง" เรารู้สึกว่าความไว้ใจเริ่มสั่นคลอน
บางคืนเรานอนคิดจนตาลาย หัวหมุนจริงงง ปลุกตัวเองกลางดึก 03:00 น. แล้วนั่งคิดเป็นชั่วโมง รู้สึกผิดที่เอาเรื่องนี้มาคิดเยอะ ก็เรายังเด็กนะ ควรสนุกกับชีวิตมั้ย แต่กลัวว่าถ้าไม่คุมเรื่องเงินจะไม่มีอนาคตมั่นคง เหนื่อยมากค่ะ T_T ขัดแย้งในใจสุดๆ คืออยากเก็บเงินเพื่ออนาคต แต่ก็อยากใช้เงินเพื่อความสุขตอนนี้ จะบาลานซ์ยังไงดี
พยายามหาคำตอบ อ่านโพสต์คนอื่น บางคนบอกให้เปิดเผยทุกอย่าง อีกคนบอกให้มีเงินส่วนตัว งงไปหมด เรากลัวถ้าพูดแรงจะทะเลาะแล้วเสียใจ หรือถ้าปล่อยไปจะอึดอัดจนวันหนึ่งระเบิดออกมา
มีเรื่องเล็กอีก คือเขาชอบเก็บข้าวของเก่า เรารู้สึกไม่ใช่สิ่งจำเป็น พอเราแซวๆ เขาก็งงแล้วพูดแบบ "นี่บ้านเราไม่ใช่ของของเธอเหรอ" แล้วเราเงิบมาก ก็คือพูดไม่ได้เรื่องเล็กๆ ด้วย ต้องเกรงใจตลอด มันเหนื่อยค่ะ เราเหนื่อยมากกก 5555
หรือเราคิดมากไปเองคะ เพื่อนๆ ว่าไงคะ ควรคุยแบบไหนให้ไม่เป็นข้อกล่าวหา และทำให้เขาเข้าใจว่าการมีเงินส่วนตัวไม่ได้หมายความว่าไม่ไว้ใจ แต่เป็นการรักษาความสุขเล็กๆของกันและกัน ช่วยแชร์วิธีคุยหรือกรอบการเงินที่เวิร์คให้หน่อยนะคะ
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ รู้สึกระบายแล้วสบายใจขึ้นนิดหน่อย เดี๋ยวจะมาอัพเดทให้ คนที่เคยเจอแบบนี้มาแล้ว ช่วยแนะนำทีนะคะ ปล. ถ้าข้อความกระจัดกระจายหน่อย ขอโทษจริงๆค่ะ เขียนตอนเลิกงานเพลียๆ งี้
แต่งงานแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจ — ขอคำแนะนำจากเพื่อนๆ ค่ะ
4
0
0
ยังไม่มีความคิดเห็น