ขอโทษนะคะ พึ่งตั้งกระทู้ครั้งแรกจริงๆ และขอโทษถ้าเรียบเรียงงง งานเขียนเรากากมากกก T_T

เรื่องมันยาวมาก แต่จะพยายามเล่าให้ชัดที่สุดนะคะ เราอายุ 29 ทำงานเป็นบาริสต้าอยู่ร้านเล็กๆ หน้าตลาดย่านภูเก็ต คบแฟน (อาจจะเรียกว่าคนที่จะเป็นสามีก็คงได้) มาเกือบสามปีแล้ว เราสองคนเคยทะเลาะบ้าง แต่ส่วนใหญ่เข้าใจกันดี แล้วก็มีแพลนจะแต่งงานประมาณสี่เดือนข้างหน้า งานเล็กๆ ญาติไม่เยอะเพราะชอบแบบเรียบง่าย แต่ตอนนี้งงมาก แล้วใจหายเหมือนโลกจะเอียงค่ะ

ปกติแฟนเราเป็นคนนิ่งๆ ตั้งใจทำงาน เก็บเงินเก่ง ดูเป็นคนที่พร้อมเรื่องครอบครัว เราเลยไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ แต่พึ่งรู้เรื่องเมื่อสองวันก่อน เวลาเกือบเที่ยงคืน ประมาณ 22:15 เราเผลอไปเห็นบัญชีออนไลน์ที่เขาลืมล็อกไว้ (ขอโทษนะ เรารู้ว่าควรเคารพความเป็นส่วนตัว) มียอดถอนบ่อยมากในช่วงปีที่ผ่านมาที่ดูเหมือนไม่ได้ใช้จ่ายประจำ คือถ้าดูผิวเผินเราคิดว่าเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น แต่พอลงลึกมันเป็นเงินที่โอนให้กลุ่มคนขายของสะสมออนไลน์และบางส่วนไปให้เพื่อนที่เล่นพนันบอลแบบวงเล็กๆ อีกทั้งยังมีรายการสั่งซื้อของสะสมแพ็กใหญ่ที่ส่งไปห้องเช่าที่อีกคนหนึ่งใช้ ช็อกค่ะ

ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งนะ แต่เป็นสม่ำเสมอ เกือบทุกอาทิตย์ในเดือนๆ หนึ่ง เราคำนวนคร่าวๆ แล้วมันไม่ใช่น้อยเลยสำหรับเงินที่เขาเก็บไว้เพื่อเตรียมงานแต่งและซื้อของบ้านหลังเล็กๆ ด้วยกัน ประมาณรวมๆ ก็เป็นเงินก้อนที่เก็บมาเกือบปี เราคิดไปเองหรือเปล่าว่าเขากำลังวางแผนทางการเงินแบบอื่น? หรือเขาแค่มีงานอดิเรกแพงมากกก จริงงง เราไม่ห้ามงานอดิเรก แต่เราเข้าใจเรื่องการเงินนะคะ ก็แอบเจ็บว่าทำไมไม่บอกเรา

ความรู้สึกมันหลากหลายมาก มีโกรธ มีงง แล้วก็แปลกๆ เหมือนเสียศรัทธาเล็กๆ ในความโปร่งใสของเขา เรามักคุยเรื่องอนาคตบ่อยๆ จะไปทางนี้ จะเก็บเงินยังไง จะเอาเงินก้อนมาจ่ายอะไรบ้าง แต่พอเจอแบบนี้ก็ไม่แน่ใจว่าเขาเห็นเราเป็นพาร์ทเนอร์ในการวางแผนจริงไหม หรือแค่อยากเก็บความลับไว้เพราะกลัวเราไม่เข้าใจ อะไรแบบนั้น

เราเคยมีแฟนเก่าที่ซ่อนเรื่องเงินจากเราแล้วมันทำให้เลิกกัน สัมผัสนั้นก็กลับมาอีกแล้ว แต่เราโตขึ้นนะ เข้าใจว่าคนคนหนึ่งอาจมีอดีตหรือปมบางอย่าง ทำไมเราถึงคิดว่าเขาน่าจะเปิดเผยตั้งแต่แรกล่ะ เราเองก็ไม่ใช่คนไม่มีข้อผิดพลาด แต่การปิดข้อมูลเรื่องการใช้เงินที่มีผลต่อเป้าหมายร่วมมันทำให้เราเริ่มตั้งคำถามเยอะมาก

ลองคุยกับเขาตรงๆ สองครั้งแล้วนะคะ รอบแรกเขาตกใจและโต้ตอบแบบมีการป้องกัน บอกว่าเป็นแค่ของสะสมที่ทำมาหลายปีแล้ว ซื้อเพราะชอบ แล้วก็มีเพื่อนที่ขอยืมบ้างเป็นครั้งคราว แต่พอเรายกตัวเลขขึ้นมา เขาก็เงียบ แล้วก็บอกว่าจัดการได้ ไม่ต้องห่วง เราเชื่อในน้ำเสียงเขา แต่การนิ่งและหลีกเลี่ยงสายตาในมุมที่เคยเปิดอกคุยกันมันทำให้เราไม่สบายใจเลย

รอบที่สองเราพยายามใจเย็นและไม่กล่าวหาตรงๆ บอกแค่ว่าอยากให้มีความชัดเจนเรื่องงบงานแต่งและที่เก็บเงินร่วมกัน เขาพูดว่าแล้วแต่ ให้เราแฮปปี้ แล้วก็บอกว่าจะคุยกับเพื่อนแล้วเอาคืนให้ทีละส่วน คือ...งงอ่ะ แบบถ้าคืนจริงก็ดี แต่ทำไมต้องเป็นการลับๆ และทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกว่ามีหนี้เล็กๆ หรือช่วยเพื่อนที่ลำบาก เขาไม่ได้พูดอะไรเลย

มีความคิดปะปนว่าเราเองมาจากครอบครัวไม่รวยมาก เรียนรู้การทำงานหาเงิน พยายามเซฟ เพื่อชีวิตที่มั่นคง แล้วแฟนคนนี้ที่เราจะใช้ชีวิตด้วยทำให้เรารู้สึกเหมือนจะเดินไปคนละเส้นทางกันไหม หรือเราแค่คิดมากเกินไปเอง หรือเราไม่เข้าใจว่าสำหรับเขา ของสะสมคือความสุขแบบหนึ่ง และเขาไม่อยากให้ความสุขนั้นถูกตัดออกก่อนถึงเวลาที่ควรจะเล่าให้ฟัง

มีอีกเรื่องคือนิสัยบางอย่างที่เราเพิ่งสังเกต เช่น เวลาเขาจ่ายอะไรใหญ่ๆ เขาจะหลบสายตาเหมือนกลัวเราไม่ชอบ แบบประหลาดมาก ปกติเขาเป็นคนซื่อๆ แต่พออยู่กับเงินเหมือนมีคนอื่นแอบเข้ามา คิดไปไกลมั้ยคะ เราไม่แน่ใจเลย

บางทีเราก็โทษตัวเองนะ ว่าทำไมไม่สังเกตหรือทำไมไม่คุยเชิงลึกเรื่องเงินตั้งแต่แรก แต่ก็มีอีกมุมที่คิดว่า ถ้าจะใช้ชีวิตร่วมกันต้องโปร่งใสมากกว่านี้ ไม่ใช่มีมุมมิดชิดที่กระทบอนาคตของเราได้

เพื่อนๆ ที่แต่งงานหรือเคยฝ่าฟันเรื่องแบบนี้มา ช่วยแชร์หน่อยค่ะ ว่า ควรยอมให้โอกาสผู้ใหญ่ๆ ให้เขาจัดการเองก่อน แล้วสอนให้เปิดใจบอกกันไหมคะ หรือถ้าพฤติกรรมแบบนี้เป็นสัญญาณใหญ่ควรถอยก่อนแต่งงานดี เราควรตั้งกฎเรื่องการเงินร่วมกันแบบไหนบ้าง มันยังพอมีทางแก้หรือเปล่า หรือควรเลื่อนงานแต่งออกก่อนดีคะ

ขอโทษอีกทีถ้าเล่าเยอะไปและงงนะคะ จขกท เหมือนยังไม่เชื่อว่าตัวเองมาเจอจุดนี้จริงๆ 5555

เราควรทำยังไงดีคะ? พวงกุญแจน่าจะยังอยู่ในกล่องของเขาในบ้านเช่าอันเล็กนั้น แต่ความเชื่อใจ...หายไปประมาณหนึ่ง มันแก้ได้มั้ย?