ถ้าคนเป็นบาริสต้าจะทนบอสแบบนี้ต่อไปได้มั้ยครับ? เราอยากขอคำแนะนำจริงๆ ครับ
เรื่องมันยาวหน่อย ขอโทษถ้าเรียบเรียงงงนะครับ เราอายุ 29 แต่เล่าแบบเราๆ นะ จะเรียกตัวเองว่าเราเลยละกัน จขกท เป็นบาริสต้าทำงานร้านกาแฟเล็กๆ ในอุดรธานี อยู่กับร้านนี้มาเกือบสองปีแล้ว
ตอนแรกชอบมากกก ทำกาแฟที่ร้านตามซอยแถวตลาด อารมณ์แบบลูกค้าคนเดิมๆ รู้จักชื่อเมนู รู้ใจสั่งอะไรได้ มันสนุกครับ แต่ช่วง 6 เดือนหลังมานี่...เหนื่อยใจสุดๆ
ปัญหาหลักคือหัวหน้าเรา เป็นเจ้าของร้านเอง อายุราวๆ 40 กว่าๆ ครับ เขาดูใจดีเวลาอยู่กับลูกค้า แต่กับลูกน้องคนทำงานคือคนละเรื่องเลย
เรื่องแรกคือการจัดตารางพนักงาน แบบไม่บอกล่วงหน้า อาทิตย์ที่แล้วมีเวรเราเช้าวันจันทร์ ดีใจคิดว่าจะได้นอนต่อ โทรไปหาหัวหน้าเช็คยังไงก็ไม่มีคนรับ สุดท้ายบ่ายๆ เขาทักมาว่าเปลี่ยนเวรให้เราไปบ่าย เพราะลูกค้าบางกลุ่มจะมาจัดเลี้ยง เราตอบตกลง แต่พอวันจริงเขาเรียกเราให้มาทำพิเศษตอนดึกอีก เพราะว่าพนักงานคนอื่นลาป่วย แล้วเขาบอกว่า "ถ้าพี่ไม่มาจะทำไง" แบบ...คำพูดมันกดดันอ่ะ
บางทีงานไม่ตรงขอบเขตด้วย เช่น เราเป็นบาริสต้า แต่เขาให้เราทำความสะอาดห้องเก็บของ ต้มกาแฟแบบพิเศษสำหรับจัดงาน แล้วยังเรียกให้ไปซื้อของตลาดตอนตีห้า ซึ่งเราทำได้ แต่ไม่ได้บอกว่ามีค่ารถหรือเงินชดเชยอะไรนะครับ เรไม่มีเจ้านายอื่นมาคอยจัดการเรื่องสัญญา เลยรู้สึกโดนเอาเปรียบ
อีกอย่าง เขาชอบให้เราไปเอากุญแจร้านตอนประมาณ 06:00 หรือบางทีก็ให้ไปหิ้วถังนมจากหลังร้านตอน 18.30 เองนะ เราเลยต้องตื่นก่อนเวลาแล้วเดินเอากระเป๋าสตางค์ใบเล็กกับกุญแจไปในความมืด ประมาณ 45 นาทีที่ต้องตื่นเตรียมก่อนเปิดร้าน มันสะสมเป็นความเหนื่อยจริงๆ เพื่อนร่วมงานบางคนก็แอบเม้าท์กับเราเหมือนกัน บางคนเข้าใจเรา แต่บางคนทำเพราะกลัวจะถูกตำหนิ กลายเป็นว่าวัฒนธรรมร้านมันเงียบๆ เก็บกด ใครจะพูดอะไรตรงๆ ก็กลัวถูกมองเป็นคนก่อปัญหา
เราเคยขอหยุดป่วย วันก่อนเราเป็นไข้หวัดหนัก กะจะลา 2 วัน เขาบอก "เอาเป็นวันเดียวพอ" แล้วพอเราหยุดจริงๆ เขาส่งข้อความมาถามตลอดว่าฟื้นหรือยัง แบบตามติดชีวิตเกินไปมั้ย
เรื่องเงินเดือนก็อีก เขาชอบบอกว่า "ร้านเล็กๆ" เลยไม่ได้งบจ่ายโอทีชัดเจน แต่ก็ให้สัญญาว่าจะเลี้ยงข้าวหรือลดราคาเครื่องดื่มให้ เป็นการทดแทน ซึ่งฟังดูอบอุ่น แต่พอไม่นานก็ลืม สัญญาเปลี่ยนบ่อย เราเลยเริ่มสงสัยว่าเราให้เวลากับร้านมากกว่าความเป็นธรรมทางการเงินรึเปล่า เรามีรายจ่ายบ้าน ผ่อนมอเตอร์ไซค์ และค่ากินอยู่ และความเหนื่อยที่เพิ่มมากขึ้นมันไม่มีตัวเลขยืนยันให้เราสบายใจ
มีครั้งหนึ่งที่เราโดนตำหนิหน้าลูกค้าเพราะกาแฟช็อตหนึ่งช็อตมีฟองนมเยอะ เขาด่าเสียงดังมากกลางร้าน ทั้งที่ตอนนั้นเครื่องชงมีปัญหาและเราเพิ่งแจ้งกับเขาเท่านั้น เขาพูดเหมือนเราเป็นคนละเลยและไม่มีทักษะ ทั้งๆ ที่เราอบรมและติดตามเทคนิคทุกวัน มันเสียความรู้สึกมากๆ เงียบเลย ไม่มีใครกล้าปกป้อง เพราะกลัวโดนซอยงานหนักขึ้น
เราเริ่มคิดว่าเราอาจจะคิดมากไปเองนะ หรือเราเป็นคนรับแรงกดดันไม่เก่งก็ได้ แต่ทุกครั้งที่กลับบ้านมือสั่น เหนื่อย ที่สุดคือรู้สึกว่าความตั้งใจที่อยากให้ร้านเติบโตมันถูกใช้เป็นข้ออ้างให้เราทำงานเกินเวลาโดยไม่มีความยุติธรรม เราเคยคิดจะลาออกหลายรอบ แต่ก็ยังกลัวว่าที่อื่นจะไม่โอเคกว่าไหม แล้วในโซนอุดร ถ้าต้องหางานบาริสต้าที่สภาพแวดล้อมดีๆ จะยากไหม เพราะเราไม่มีใบรับรองอะไรเป็นทางการนอกจากการทำงานจริง
บางคืนเราเอาแก้วกาแฟเก่าๆ มาวางตรงหน้าต่าง มองไฟถนนตอนตีสอง แล้วคิดว่าเราเองก็ดีกับร้านนะ ให้เวลา ให้ไอเดียปรับเมนูใหม่บ้าง ช่วยดูแลพนักงานใหม่บ้าง แล้วก็ได้สิ่งตอบแทนเป็นคำพูดและความคาดหวังที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่เงินหรือการยอมรับเป็นรูปธรรม
แล้วถ้าลาออก เราต้องเริ่มจากศูนย์ไหม หรือควรคุยเปิดอกกับหัวหน้าเป็นครั้งสุดท้าย? กลัวว่าถ้าคุยแล้วเขาไม่เปลี่ยน จะทำให้บรรยากาศอึมครึมขึ้น งานยิ่งหนักกว่าเดิม
เพื่อนๆ เคยเจอแบบนี้มั้ยครับ? ถ้าเป็นเรา ควรทำยังไงดี ควรอยู่สู้เพื่อเปลี่ยนแปลงไหม หรือควรเริ่มหางานใหม่แล้วลากเส้นให้ชัดว่าพร้อมไปเมื่อไหร่ เราไม่อยากทิ้งทีมที่ผูกพัน แต่ก็ไม่อยากถูกเอาเปรียบไปเรื่อยๆ ใครพอมีคำแนะนำจริงๆ บอกหน่อยครับ เราจะคุยยังไงดีให้มันมีน้ำหนัก ไม่ใช่แค่คำพูดของพนักงานคนนึง
ขอบคุณทุกความเห็นล่วงหน้าครับ เดี๋ยวมาอัพเดทให้นะครับ
ป.ล. ถ้ามีใครที่เป็นบาริสต้าในอุดรแล้วมีร้านแนะนำหรือรู้จักร้านที่อาจรับคนพาร์ทไทม์ แนะนำได้นะครับ T_T
ถ้าทนกับบอสแบบนี้ต่อไป ควรอยู่หรือควรไปครับ?
4
0
0
ยังไม่มีความคิดเห็น