ขอโทษนะคะ กระทู้แรกในชีวิตเราเขียนไม่ค่อยเก่ง ขออภัยถ้าเขียนรกๆ นะคะ เดี๋ยวจะเล่าแบบตรงไปตรงมาที่สุดเลยค่ะ เราอายุ 29 ทำงานเป็นพนักงานร้านเสื้อผ้าเล็กๆ ในห้างย่านถนนมิตรภาพ นครราชสีมา ค่ะ อยู่กับพ่อแม่ เดินทางไม่ไกลมาก นึกว่างานไม่หนักเท่าไหร่ แต่ช่วงนี้รู้สึกท้อมากกก จริงงง

เรื่องมันเริ่มจากเมื่อประมาณเดือนกว่าๆ ที่แล้ว ทางร้านรับพนักงานใหม่มาอีกคน เป็นคนในพื้นที่แถวเดียวกัน ดูเข้ากับทีมไวมาก แล้วหัวหน้าร้านซึ่งเป็นผู้จัดการร้านคนเดียวก็เข้าข้างเขาแบบชัดเจน เช่น ให้เขาไปจัดสินค้าโซนที่เป็นหน้าร้านดีๆ ถึงแม้ว่าเรากับเพื่อนอีกคนที่ทำอยู่ก่อนจะทำเป็นประจำอยู่แล้ว บางทีมีลูกค้ามาก เราขอให้เขาช่วยเฝ้าหน้าร้านสักหน่อยก็จะถูกมองว่า "เฝ้าร้านไม่ดี" หรือถูกบอกว่าให้ไปทำอย่างอื่นแทน

เรารู้สึกว่ามันเริ่มไม่แฟร์ตรงที่พนักงานใหม่ได้สลับกะดีๆ ได้ผลงานเด่นๆ ได้ขายหน้าร้านช่วงคนเยอะๆ ซึ่งมักจะได้ทิปกับคอมมิชชั่นมากกว่า ทั้งที่เราเองก็ทำมาตั้งแต่เปิดร้านแล้ว แล้วผู้จัดการก็มักจะเรียกเราไปคุยแบบเป็นการส่วนตัวว่า "ต้องพยายามมากกว่านี้นะ" ทั้งๆ ที่บางคืนเรากลับบ้านเกือบเที่ยงคืนเพราะช่วยจัดของและเก็บสต็อกคนเดียวด้วยซ้ำ เงียบเลย. ไม่ยุติธรรม.

บางครั้งผู้จัดการก็จะโยนงานนอกหน้าที่ให้เราทำ เช่น ให้ไปเอาของในโกดังคนเดียวตอนฝนตก หายากด้วย ต้องขึ้นลงบันไดหลายเที่ยว กลับมาปวดเอวมาก แต่พนักงานใหม่แทบไม่เคยโดน ส่วนเรื่องกะงานก็มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก แถมมักจะเป็นคำสั่งกะทันหัน ว่าให้เราเข้ากะพิเศษในวันหยุดนี้ ทำไมต้องให้เราทุกครั้งด้วยวะ เสียงในหัวมันดังแบบงงๆ ว่าเราเป็นพนักงานตัวสำรองเหรอ

แล้วล่าสุดมีเหตุการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกแย่ที่สุด คือวันเสาร์ก่อนหน้ามีลูกค้ากลุ่มใหญ่เข้ามาในร้าน เรากับเพื่อนอีกคนกำลังช่วยกันจัดเสื้อให้ลูกค้า ลองเสื้อกันวุ่นวาย ผู้จัดการกับพนักงานใหม่ยืนคุยกันมุมร้านไม่ได้ช่วยอะไร แต่พอมีปัญหาเล็กๆ เช่น ลูกค้าโกรธเรื่องคิวลองเสื้อ พนักงานใหม่ทำเป็นกลางๆ แล้วผู้จัดการกลับพูดกับเราเบาๆ แต่ได้ยินชัดในที่โล่งว่า "วันนี้งานช้า ทำไมไม่คุมคิวดีๆ" ทั้งที่เราเองกับเพื่อนก็วิ่งชนโซนลูกค้าระหว่างนั้น เงียบเลย. แล้วลูกค้าก็เดินออกไปด้วยความไม่พอใจ เรารู้สึกหน้ามืด. เสียใจมาก.

เราไม่ใช่คนที่จะโวยวาย แต่การถูกตำหนิต่อหน้าคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดีมันเจ็บมาก หรือจะเรียกว่าอิจฉาก็ได้ไม่รู้ เรากลับบ้านคืนนั้นน้ำตาไหลคนเดียวในรถ เขินอายด้วย รู้สึกเหมือนทำไม่ดีพอ ทั้งๆ ที่เราทุ่มเทจริงๆ หรือเราแค่คิดมากไปเองนะ? หรือเราควรไปพูดกับผู้จัดการตรงๆ ว่าเรารู้สึกแย่ แต่มันกลัวบรรยากาศจะตึงเกินไป จขกท ขี้เกรงใจมากค่ะ

อีกอย่างคือเรื่องเงิน ทิปในร้านปกติจะเก็บรวมแล้วแบ่ง แต่พนักงานใหม่ได้ส่วนมากกว่าด้วยเหตุผลว่าเขาขายได้เยอะ ทั้งที่เวลาเราช่วยสลับกะหรือช่วยแนะนำลูกค้า เราแทบไม่ได้คอมมิชชั่นเพิ่ม บางทีเพื่อนร่วมงานบางคนก็ล้อเล่นว่า "เธอทำดีอยู่แล้ว" แต่คำพูดมันไม่เหมือนการแก้ปัญหาจริงๆ มันเหมือนมองข้ามเรา เรารู้สึกโดดเดี่ยวมากกก 5555

มีวันหนึ่งเราเลยเก็บสมาธิไว้ จะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ทำให้กระทบการทำงาน แต่พอกลับไปที่ร้านบรรยากาศก็ยังเหมือนเดิม ผู้จัดการก็ยังเลือกให้โอกาสคนเดิมอยู่ เราเริ่มสงสัยในตัวเองมากขึ้นว่าเราไม่เก่งพอหรือเปล่า ทำงานไม่ดีพอ หรือควรลาออกไปหาที่ใหม่ดี แต่ก็กลัวหาเงินใหม่ไม่ทันค่ากับค่าใช้จ่ายที่บ้านด้วย มึนมาก.

เล่าไปเล่าอาจจะมั่วๆ บางช่วงมีรายละเอียดไม่เรียง อารมณ์ก็ปะปน อยากได้คำแนะนำจากเพื่อนๆ ค่ะ คือถ้าเป็นเพื่อนๆ จะทำไงกัน ถ้าผู้จัดการชอบคนอื่นแต่ไม่ได้ทำอะไรผิดชัดเจน เราควรพูดความรู้สึกกับผู้จัดการไหม หรือควรรอเก็บหลักฐาน เช่น เวลาที่กะถูกเปลี่ยนหรือทิปที่แบ่งไม่เท่าเดิม แล้วค่อยคุย แบบทำเป็นทางการหน่อยดีมั้ย หรือควรเริ่มหางานใหม่เลยก่อนจะทนไม่ไหว

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ รู้สึกโล่งขึ้นบ้างที่ได้ระบายออกมา ใครเคยเจอแบบนี้บ้างคะ ช่วยแนะนำหน่อย เราควรทำยังไงดีคะ T_T

ป.ล. ถ้ากระทู้เรียงความไม่ดี ต้องขอโทษด้วยนะคะ เรียงคำไม่เก่งจริงๆ