เมื่อคืนทะเลาะกันอีกแล้วครับ ตอนประมาณสองทุ่มกว่าๆ พูดกันตรงๆ เรื่องเตรียมงานแต่งที่บ้านฝั่งเขาจะให้จัดใหญ่ แบบที่แม่เขาฝันไว้ แต่ฝ่ายชายบอกกับผมตั้งแต่แรกว่าอยากจัดเล็กๆ สบายๆ แล้วจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้เอง เราเชื่อ เลยไม่ได้บอกพ่อแม่รายละเอียดมากนัก
แต่พอเริ่มจองอะไรก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาก็บอกว่าช่วงนี้เวรเยอะ เงินไม่พอ เดี๋ยวเบิกจากที่ทำงานแล้วคืนให้ ขอโทษบ่อยมากกก แต่สุดท้ายเราต้องเป็นคนโอนมัดจำร้านข้าว เจ้าของสถานที่ ค่าเช่าเครื่องเสียงเพราะเขาช้า บอกให้เราจัดก่อน เดี๋ยวคืน เราก็โอนไปเพราะไม่อยากให้แผนพัง
งง. เหนื่อย.
เราอายุ 28 ทำงานพยาบาลที่รพ.ในนครราชสีมา เวรกลางคืนบ่อย บางสัปดาห์เวรแลกกันจนกลับมาบ้านประมาณตีสาม เหยียบประตูเข้าห้องก็ยังต้องมากางโน้ตเตรียมรายชื่อแขกเช็คสเปคเมนู โทรฯ กับผู้ร่วมงาน เทียบราคาเจ้าของสถานที่ดูรีวิวผ้านวมหรือผ้าคลุมเก้าอี้ ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงหลังเลิกเวรทุกคืน แล้วบางทีก็นั่งมองนาฬิกาปลุกสีฟ้าที่ตั้งไว้ห้านาทีเผื่อเผลอหลับอีก เฮื่อกกก เหมือนทำงานสองอย่างพร้อมกันมากกกจริงงง
พูดแล้วเขาฟังนะ แต่พอเรื่องเงินจริงๆ เขาจะชะงัก แล้วก็ผลัดไปอีกที ทำแบบนี้ประมาณ 3 สัปดาห์แล้ว เหมือนไม่อยากรับผิดชอบจริงจังหรือกลัวผมจะว่า เขาบอกว่าเดี๋ยวแบ่งจ่าย เดี๋ยวคืน แต่พอกำหนดเวลาแล้วก็เงียบไปอีก หนักใจครับ แบบ... เค้าไม่รู้จะพูดยังไง
บางทีก็คิดว่าเราเป็นคนคิดมากหรือเปล่า หรือเป็นเรื่องปกติของคู่ที่กำลังวางแผนแต่งงาน แต่รู้สึกเหมือนความรับผิดชอบไม่สมดุลเลย หรือเราใจแคบไปเอง? เราอยากมีคนที่ช่วยแบกจริงๆ ไม่ใช่แค่พูดว่าจะรับผิดชอบ
เพื่อนๆ มีใครเคยเจอแบบนี้บ้างครับ ควรพูดแบบไหนให้ชัดเจนโดยไม่กลายเป็นทะเลาะใหญ่ หรือควรชะลอจัดงานแล้วขอให้เขาเคลียร์เรื่องเงินก่อนดีครับ จขกท งงมากจริงงง ขอคำแนะนำหน่อยครับ 5555
ป.ล. ถ้าบอกว่าจะมาแบ่งจ่ายแต่ไม่ทำ ควรเชื่ออีกไหมครับ? มองในมุมความสัมพันธ์ด้วยนะ ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน มันเหนื่อยจริงๆ T_T
จะตัดสินใจแต่งงานดีไหมเมียะ อีกฝ่ายบอกอยากเลี้ยงเองแต่ไม่ช่วยเรื่องเงินครับ
10
0
0
ยังไม่มีความคิดเห็น