🎭 entertainment
Isan
เทศกาลโขนร่วมสมัยที่ขอนแก่นดึงคนรุ่นใหม่ สร้างรายได้ชุมชนและฟื้นฟูศิลปะพื้นบ้าน
เทศกาลศิลปะการแสดงพื้นบ้านสไตล์ร่วมสมัยที่จังหวัดขอนแก่นซึ่งจัดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดึงผู้ชมทั้งชาวอีสานและนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ รวมถึงต่างประเทศเข้าร่วมจำนวนมาก ภายในงานมีการแสดงโขนพื้นบ้าน การประยุกต์องค์ประกอบดนตรีสากลร่วมกับเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน รวมทั้งเวิร์กช็อปสอนทักษะการแต่งหน้าหน้ากากและการตัดเย็บเครื่องแต่งกาย ทำให้ภาพรวมของเทศกาลถูกมองว่าเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างศิลปินรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่
แนวคิดของเทศกาลมาจากการรวมตัวของกลุ่มศิลปินท้องถิ่นและหน่วยงานส่งเสริมวัฒนธรรมของจังหวัด ที่ต้องการฟื้นฟูศิลปะการแสดงที่มีรากเหง้าในภาคอีสานไว้ให้คงอยู่พร้อมนำเสนอในรูปแบบที่เข้าถึงผู้คนรุ่นใหม่ ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่นกล่าวว่า การเชื่อมโยงให้ศิลปะพื้นบ้านมีความร่วมสมัยเป็นทางออกสำคัญที่จะทำให้ศิลปินยังมีรายได้และคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม การจัดงานยังมีการเปิดเวทีสำหรับศิลปินหน้าใหม่ที่ส่งผลงานการแสดงซึ่งผสมผสานทั้งดนตรีอีสาน พื้นบ้าน และเทคโนโลยีสื่อสาร เช่น projection mapping ในฉากหลังการแสดง
งานในปีนี้ได้นำเสนอการแสดงไฮไลต์ที่เป็นการโคจรองค์ประกอบโขนกับลำตัดแนวร่วมสมัย โดยมีนักแสดงจากหมู่บ้านดั้งเดิมมาร่วมฝึกซ้อมร่วมกับนักดนตรีจากมหาวิทยาลัยท้องถิ่นและวงออร์เคสตราเยาวชน ผลลัพธ์คือการแสดงที่ยังคงรักษาเค้าโครงเรื่องและท่ารำดั้งเดิม พร้อมด้วยบรรยากาศดนตรีที่เติมด้วยซินธ์และจังหวะสมัยใหม่ ทำให้ผู้ชมต่างชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์และความตั้งใจรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น นักท่องเที่ยวต่างชาติรายหนึ่งกล่าวว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจในการเห็นศิลปะที่มีชีวิตและปรับตัวเข้ากับยุคสมัย
ผลทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากเทศกาลนี้ชัดเจน ร้านอาหารท้องถิ่น โฮมสเตย์ และร้านขายของที่ระลึกได้รับอานิสงส์จากผู้เข้าชมที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว นางสาวพรทิพย์ ผู้ประกอบการโฮมสเตย์ในอำเภอใกล้เคียงเล่าว่าช่วงเทศกาลห้องพักเต็มยาวถึงสามคืน ขณะที่ผู้ผลิตผ้าทอมือและเครื่องแต่งกายพื้นบ้านก็สามารถจำหน่ายสินค้าได้ดีขึ้น จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นทำให้ชุมชนเริ่มมีงบประมาณสำหรับการฝึกอบรมเยาวชนและฟื้นฟูอุปกรณ์การแสดงที่เสื่อมสภาพ นับเป็นตัวอย่างการนำวัฒนธรรมมาเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
ผู้จัดงานยอมรับว่าการจัดเทศกาลเช่นนี้ต้องอาศัยงบประมาณและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐ การหาสปอนเซอร์จากภาคเอกชน และการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ทางเทศบาลวางแผนจะทำให้เทศกาลเป็นประจำทุกปีและขยายกิจกรรมไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ โดยตั้งเป้าจะเพิ่มโปรแกรมความร่วมมือกับโรงเรียนในพื้นที่เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ศิลปะพื้นบ้านตั้งแต่วัยเรียน นอกจากนี้ยังมีแนวคิดเรื่องการสร้างแพ็กเกจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติเพื่อยืดการเข้าพักของนักท่องเที่ยว
สำหรับชุมชนและนักแสดงพื้นที่ เทศกาลนี้ไม่เพียงแต่เป็นงานแสดง แต่ยังเป็นเวทีสร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าวัฒนธรรมอีสาน การเห็นคนรุ่นใหม่สนใจและเข้ามามีบทบาททำให้หลายคนมองเห็นหนทางการอยู่รอดของศิลปะพื้นบ้านในโลกที่เปลี่ยนเร็ว ทั้งนี้ ผู้จัดงานเชิญชวนให้ประชาชนร่วมติดตามกิจกรรมต่อเนื่องผ่านช่องทางของเทศบาลและศูนย์วัฒนธรรม เพื่อให้การอนุรักษ์และพัฒนาศิลปะพื้นบ้านต่อยอดไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
แนวคิดของเทศกาลมาจากการรวมตัวของกลุ่มศิลปินท้องถิ่นและหน่วยงานส่งเสริมวัฒนธรรมของจังหวัด ที่ต้องการฟื้นฟูศิลปะการแสดงที่มีรากเหง้าในภาคอีสานไว้ให้คงอยู่พร้อมนำเสนอในรูปแบบที่เข้าถึงผู้คนรุ่นใหม่ ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่นกล่าวว่า การเชื่อมโยงให้ศิลปะพื้นบ้านมีความร่วมสมัยเป็นทางออกสำคัญที่จะทำให้ศิลปินยังมีรายได้และคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม การจัดงานยังมีการเปิดเวทีสำหรับศิลปินหน้าใหม่ที่ส่งผลงานการแสดงซึ่งผสมผสานทั้งดนตรีอีสาน พื้นบ้าน และเทคโนโลยีสื่อสาร เช่น projection mapping ในฉากหลังการแสดง
งานในปีนี้ได้นำเสนอการแสดงไฮไลต์ที่เป็นการโคจรองค์ประกอบโขนกับลำตัดแนวร่วมสมัย โดยมีนักแสดงจากหมู่บ้านดั้งเดิมมาร่วมฝึกซ้อมร่วมกับนักดนตรีจากมหาวิทยาลัยท้องถิ่นและวงออร์เคสตราเยาวชน ผลลัพธ์คือการแสดงที่ยังคงรักษาเค้าโครงเรื่องและท่ารำดั้งเดิม พร้อมด้วยบรรยากาศดนตรีที่เติมด้วยซินธ์และจังหวะสมัยใหม่ ทำให้ผู้ชมต่างชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์และความตั้งใจรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น นักท่องเที่ยวต่างชาติรายหนึ่งกล่าวว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจในการเห็นศิลปะที่มีชีวิตและปรับตัวเข้ากับยุคสมัย
ผลทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากเทศกาลนี้ชัดเจน ร้านอาหารท้องถิ่น โฮมสเตย์ และร้านขายของที่ระลึกได้รับอานิสงส์จากผู้เข้าชมที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว นางสาวพรทิพย์ ผู้ประกอบการโฮมสเตย์ในอำเภอใกล้เคียงเล่าว่าช่วงเทศกาลห้องพักเต็มยาวถึงสามคืน ขณะที่ผู้ผลิตผ้าทอมือและเครื่องแต่งกายพื้นบ้านก็สามารถจำหน่ายสินค้าได้ดีขึ้น จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นทำให้ชุมชนเริ่มมีงบประมาณสำหรับการฝึกอบรมเยาวชนและฟื้นฟูอุปกรณ์การแสดงที่เสื่อมสภาพ นับเป็นตัวอย่างการนำวัฒนธรรมมาเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
ผู้จัดงานยอมรับว่าการจัดเทศกาลเช่นนี้ต้องอาศัยงบประมาณและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐ การหาสปอนเซอร์จากภาคเอกชน และการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ทางเทศบาลวางแผนจะทำให้เทศกาลเป็นประจำทุกปีและขยายกิจกรรมไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ โดยตั้งเป้าจะเพิ่มโปรแกรมความร่วมมือกับโรงเรียนในพื้นที่เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ศิลปะพื้นบ้านตั้งแต่วัยเรียน นอกจากนี้ยังมีแนวคิดเรื่องการสร้างแพ็กเกจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติเพื่อยืดการเข้าพักของนักท่องเที่ยว
สำหรับชุมชนและนักแสดงพื้นที่ เทศกาลนี้ไม่เพียงแต่เป็นงานแสดง แต่ยังเป็นเวทีสร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าวัฒนธรรมอีสาน การเห็นคนรุ่นใหม่สนใจและเข้ามามีบทบาททำให้หลายคนมองเห็นหนทางการอยู่รอดของศิลปะพื้นบ้านในโลกที่เปลี่ยนเร็ว ทั้งนี้ ผู้จัดงานเชิญชวนให้ประชาชนร่วมติดตามกิจกรรมต่อเนื่องผ่านช่องทางของเทศบาลและศูนย์วัฒนธรรม เพื่อให้การอนุรักษ์และพัฒนาศิลปะพื้นบ้านต่อยอดไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พิษณุโลกบูรณาการแผนการพัฒนาท้องถิ่น มุ่งเพิ่มคุณภาพชีวิต-บริการพื้นฐาน
sukhothai · 09/01 19:07
เทศกาลดนตรีท้องถิ่นพิษณุโลกปีนี้ดึงศิลปินดัง ผสานวัฒนธรรม-อาหารท้องถิ่น
sukhothai · 09/01 19:07
คนร้ายคลุ้มคลั่งถือมีดในโรงเรียนพิษณุโลก ถูกควบคุมตัวก่อนเกิดเหตุร้าย
sukhothai · 09/01 19:07
พิษณุโลกขยายโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ-พลังงานรองรับการเติบโตของเมือง
sukhothai · 09/01 13:05
เทศกาลภาพยนตร์และดนตรีพิษณุโลกปีนี้ รวมผลงานท้องถิ่น-เปิดเวทีผู้สร้างหน้าใหม่
sukhothai · 09/01 13:05