เพิ่งกลับจากกะดึกค่ะ
คือเรางงมากๆ ตอนนี้ไม่รู้จะคิดยังไงดี เราอายุ 38 ปี ทำงานโรงงานย่านระยอง กะเย็น-ดึก สลับกับวันหยุดบ้าง พูดตรงๆ ว่าชีวิตประจำวันธรรมดามากกก แต่ปัญหาที่คาใจมันไม่ธรรมดาเลยค่ะ
แต่งงานมาได้เกือบสี่ปีแล้ว ผู้ชายที่แต่งงานด้วยเป็นคนดี มีใจเอื้ออาทร ช่วยเรื่องบ้านได้บ้าง แต่มีนิสัยบางอย่างที่ทำให้เราเริ่มคิดไปไกลและบางทีก็รู้สึกเหนื่อยใจ เหมือนเราแบกความไม่แน่ใจเอาไว้เองตลอด นิ่งๆ มากด้วยนะคะ เวลาจะคุยเรื่องเงินหรือเรื่องที่ต้องตัดสินใจ เขามักจะบอกว่าไว้ค่อยว่ากัน แล้วสุดท้ายก็ทำตามวิธีเขาโดยไม่บอกเรา เรานี่แบบ...เงียบเลย
ตัวอย่างก็เช่น เรื่องเงินออมของครอบครัว เราเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายรายวัน ทั้งค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟบางเดือนที่โดดเด่น แต่เงินเก็บส่วนใหญ่เขาเอาไปไว้ในบัญชีแยกและไม่เคยบอกว่าเก็บวันละเท่าไร บ่อยครั้งที่เราต้องลำบากตอนสิ้นเดือนเพราะค่าใช้จ่ายที่เกินคาด เราก็ถามไปตรงๆ ว่ามีเงินเก็บไหม เผื่อจะเอามาช่วยจ่าย แต่คำตอบมักจะเป็นว่า “มีนิดหน่อย เดี๋ยวจัดการเอง” แล้วก็เงียบไปอีก เป็นแบบนี้บ่อยมาก จนบางทีเราเริ่มสงสัยว่าเขามีแผนการเงินอะไรของเขาเองหรือเปล่า เราถามก็เหมือนไม่อยากให้เราวุ่นวาย แต่ถ้าจะวางแผนครอบครัวจริงๆ เราคิดว่าเราต้องรู้ข้อมูลบ้างนะคะ หรือเราคิดมากไปเอง? หรือเรารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวเขามากไป? งงมาก
อีกเรื่องคือการเตรียมงานแต่งงาน ตอนคบกันเราตกลงจะจดทะเบียนอย่างเงียบๆ เพราะอยากประหยัด แต่แม่เราอยากให้มีงานเล็กๆ เชิญญาติผู้ใหญ่มา เราก็ตกลงกันว่าจะใช้เงินเท่านี้เท่านั้น แต่พอจะลงมือเตรียม เขามักจะบอกว่ามีเรื่องด่วนต้องจ่ายให้จบก่อน แล้วพอผ่านไปหลายสัปดาห์เสียงเงียบ เขาไม่เคยเสนอวิธีแก้ ไม่มีคำว่า “เอางี้ไหม” หรือ “ถ้าจะแต่งครึ่งๆ แบบนี้” รู้สึกเหมือนเราต้องผลักดันเองตลอด ทั้งที่เราทำงานกะดึก กลับบ้านเหนื่อยๆ แล้วยังต้องคอยโทรตามช่าง ตามร้านผลไม้ตามสั่งหน้าปากซอยที่แม่ชอบ โทรหาเพื่อนๆ เพื่อจัดการเรื่องญาติอีก เราเหนื่อยมากกกจริงงง
มีครั้งหนึ่งเราจำได้ชัด เขาบอกว่าจะเอาเงินส่วนหนึ่งไปใช้จ่ายเรื่องบ้าน แต่ตอนที่เรามองบัญชีบ้านแล้วมันยังไม่มีเงิน เราถามเบาๆ ว่า “ใช้ไปหรือยังคะ” ได้คำตอบว่า “ยัง อยู่เลย” แต่พอถามเฉพาะเจาะจงขึ้น เขาก็หงุดหงิดนิดๆ แล้วปฏิเสธว่าไม่จำเป็นต้องให้รายละเอียดตลอดเวลา เรารู้สึกว่าเหมือนโดนตั้งป้อมว่าถามมากไป แต่พอปล่อยไว้ก็กลายเป็นปัญหาเวลาเกิดค่าใช้จ่ายฉุกเฉินอีก เราแบบ...ไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะ
เราเคยคิดว่าคุยกันตรงๆก็น่าจะจบ แต่ทุกครั้งที่เราลองชวนคุย เขาจะตอบกลับแบบสั้นๆ แล้วเปลี่ยนเรื่อง เราเลยเริ่มพยายามจดบันทึกค่าใช้จ่ายเงียบๆ เพื่อให้เห็นภาพรวม แต่ก็รู้สึกผิดบางอย่าง เหมือนแอบตรวจสอบ ซึ่งมันไม่ดีใช่ไหมคะ แต่ถ้าไม่ทำ เราก็จะไม่รู้ว่าเดือนถัดไปจะติดขัดแค่ไหน
บางวันเราก็สงสัยว่าทำไมเรื่องเงินถึงกลายเป็นเรื่องต้องปกปิด หรือเป็นเรื่องที่ทำให้คนสองคนในบ้านเกิดรอยร้าวเล็กๆ เราไม่อยากให้บ้านเรากลายเป็นที่ที่ทั้งคู่เก็บความไม่พอใจไว้ บางทีก็น้อยใจตัวเองว่าเป็นเราใจแคบไหมที่อยากรู้ อยากมีส่วนร่วม อยากวางแผนร่วมกัน แต่ในขณะเดียวกันก็กลัวว่าถ้าพูดรุนแรงไป เขาจะปิดตัวมากขึ้น เราเลยไม่กล้าทะเลาะใหญ่ อยากให้มันจบด้วยเหตุผลมากกว่าเสียงสูง แต่ทำไม่ได้ทุกครั้ง
บอกตรงๆ ว่าเราไม่อยากยกเรื่องนี้ขึ้นไปให้คนอื่นในครอบครัวกังวล แต่ก็ไม่อยากเก็บคนเดียวด้วย เรารู้สึกเหงาและสับสนจริงๆ ค่ะ หรือเราเป็นคนคิดมากไปเอง ว่าการที่เขาเก็บเงินแต่ไม่สื่อสารมันแปลว่าจริงจังกับอนาคตของครอบครัวหรือเปล่า หรือแค่เขาชอบมีพื้นที่ส่วนตัวซึ่งเราไม่ควรบังคับ แต่ถ้าปล่อยแบบนี้ต่อไปเราจะยิ่งเสียใจมากกว่านี้ไหม
เล่ายาวมาก แต่อยากระบายค่ะ จขกท ก็ไม่เก่งเรื่องแต่งงาน เหนื่อยใจสุดๆ 5555 อยากถามเพื่อนๆ ว่าเจอแบบนี้ควรคุยยังไงดีคะ ให้เขารู้สึกว่าเราไม่ได้จะมาจับผิด แต่เราต้องการความชัดเจนกับอนาคตร่วมกัน หรือควรหาทางอื่น เช่น แบ่งบัญชีชัดเจน ใส่ซองหรืออะไรที่ทั้งคู่ตกลงร่วมกัน ถ้าจะเสนอแบบนี้ ควรเริ่มยังไงดีคะ
เพื่อนๆ ว่าไงคะ เราควรทำยังไงดีค่ะ ป.ล. ตั้งกระทู้นี้เป็นครั้งแรก ผิดตรงไหนขออภัยด้วยนะคะ
แต่งงานดีไหมคะ เมื่อชีวิตคู่เหมือนมีเรื่องเล็กๆ เก็บไว้คนเดียวตลอด
7
0
0
ยังไม่มีความคิดเห็น