🚨 incident
Phitsanulok
หนุ่มอาสาพระนครคูลิงค์ช็อกดับในที่พักหลังช่วยน้ำท่วมนครสวรรค์-พิษณุโลกใกล้เคียง
เมื่อเช้าวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัยและโรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลกรับแจ้งเหตุพบร่างชายอาสาสมัครบรรเทาทุกข์ภายในห้องพักของโรงแรมขนาดเล็กบริเวณถนนเอกาทศรถ ใจกลางเมืองพิษณุโลก สภาพนอนคว่ำหน้าจมูกและปากมีคราบน้ำลาย โดยแพทย์ชันสูตรเบื้องต้นระบุว่าเสียชีวิตจากภาวะอ่อนเพลียรุนแรง แต่ต้องรอผลการตรวจทางนิติเวชยืนยันอย่างละเอียดอีกครั้ง ผู้ตายเป็นอาสาสมัครจากกรุงเทพฯ เดินทางมาร่วมปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ใกล้เคียงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เพื่อนร่วมทีมเล่าว่า ผู้ตายทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง คอยขนย้ายสิ่งของช่วยเหลือ แจกเครื่องอุปโภคบริโภค และเข้าช่วยคนชราที่อาศัยริมน้ำน่าน การทำงานในภาวะอากาศร้อนและความเครียดสะสมตลอดหลายวัน ทำให้ร่างกายทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว คืนก่อนเกิดเหตุผู้ตายยังนำอุปกรณ์ปฐมพยาบาลไปซ่อมแซมและจัดเตรียมถุงยังชีพจนดึก แต่เพื่อนร่วมทีมไม่เห็นว่ามีอาการผิดปกติมากนัก และคิดว่าเขาพักผ่อนในที่พักของทีม
เรื่องนี้สร้างความวิตกกังวลแก่ผู้ที่ทำงานในภาคอาสาสมัครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดพิษณุโลก ทำให้ผู้นำท้องถิ่นและองค์กรกู้ภัยต่างหารือกันถึงมาตรการป้องกันความเสี่ยงให้กับอาสาสมัคร ทั้งการจัดกะการทำงาน การพักผ่อนเพียงพอ และการตรวจสุขภาพพื้นฐานเป็นระยะ พร้อมขอความร่วมมือให้องค์กรส่งคณะแพทย์หรือพยาบาลไปติดตามอาการของอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานหนักในพื้นที่น้ำท่วม
ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกได้ออกประกาศเตือนอาสาสมัครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ระมัดระวังอาการอ่อนเพลียและความเครียดสะสม แนะนำให้มีการหยุดพักทุก 4-6 ชั่วโมง ดื่มน้ำเกลือแร่ และสังเกตสัญญาณเตือนของภาวะช็อกหรือภาวะขาดน้ำ หากพบอาการเวียนศีรษะ ใจสั่น หรือปัสสาวะลดลงให้รีบเข้ารับการตรวจทันที นอกจากนี้ได้ประสานงานกับองค์กรสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อจัดจุดตรวจสุขภาพเคลื่อนที่สำหรับอาสาสมัคร
ครอบครัวของผู้ตายเดินทางมารับศพที่โรงพยาบาลในจังหวัด พร้อมขอความเป็นธรรมและระบุว่าต้องการผลการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดถึงสาเหตุการเสียชีวิต เพื่อใช้ดำเนินการตามกฎหมายและรับการเยียวยาอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน ผู้นำชุมชนท้องถิ่นและหน่วยกู้ภัยได้ร่วมกันจัดพิธีสวดอภิธรรมเล็ก ๆ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ที่จากไป และระดมทุนช่วยเหลือครอบครัวของผู้ตาย
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญต่อการจัดการหน้างานภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียง ว่าการดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพของผู้ที่เสียสละทำงานช่วยเหลือประชาชนต้องได้รับการเอาใจใส่เท่าเทียมกับการจัดเตรียมอุปกรณ์และทรัพยากร เพราะการสูญเสียอาสาสมัครไม่เพียงแต่ทำให้ครอบครัวต้องสูญเสีย แต่ยังลดขวัญและกำลังใจของเครือข่ายบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ด้วย เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบระบุว่าจะนำบทเรียนครั้งนี้ไปปรับปรุงแผนการบริหารอาสาสมัครให้เข้มแข็งและปลอดภัยมากขึ้นต่อไป
เพื่อนร่วมทีมเล่าว่า ผู้ตายทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง คอยขนย้ายสิ่งของช่วยเหลือ แจกเครื่องอุปโภคบริโภค และเข้าช่วยคนชราที่อาศัยริมน้ำน่าน การทำงานในภาวะอากาศร้อนและความเครียดสะสมตลอดหลายวัน ทำให้ร่างกายทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว คืนก่อนเกิดเหตุผู้ตายยังนำอุปกรณ์ปฐมพยาบาลไปซ่อมแซมและจัดเตรียมถุงยังชีพจนดึก แต่เพื่อนร่วมทีมไม่เห็นว่ามีอาการผิดปกติมากนัก และคิดว่าเขาพักผ่อนในที่พักของทีม
เรื่องนี้สร้างความวิตกกังวลแก่ผู้ที่ทำงานในภาคอาสาสมัครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดพิษณุโลก ทำให้ผู้นำท้องถิ่นและองค์กรกู้ภัยต่างหารือกันถึงมาตรการป้องกันความเสี่ยงให้กับอาสาสมัคร ทั้งการจัดกะการทำงาน การพักผ่อนเพียงพอ และการตรวจสุขภาพพื้นฐานเป็นระยะ พร้อมขอความร่วมมือให้องค์กรส่งคณะแพทย์หรือพยาบาลไปติดตามอาการของอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานหนักในพื้นที่น้ำท่วม
ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกได้ออกประกาศเตือนอาสาสมัครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ระมัดระวังอาการอ่อนเพลียและความเครียดสะสม แนะนำให้มีการหยุดพักทุก 4-6 ชั่วโมง ดื่มน้ำเกลือแร่ และสังเกตสัญญาณเตือนของภาวะช็อกหรือภาวะขาดน้ำ หากพบอาการเวียนศีรษะ ใจสั่น หรือปัสสาวะลดลงให้รีบเข้ารับการตรวจทันที นอกจากนี้ได้ประสานงานกับองค์กรสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อจัดจุดตรวจสุขภาพเคลื่อนที่สำหรับอาสาสมัคร
ครอบครัวของผู้ตายเดินทางมารับศพที่โรงพยาบาลในจังหวัด พร้อมขอความเป็นธรรมและระบุว่าต้องการผลการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดถึงสาเหตุการเสียชีวิต เพื่อใช้ดำเนินการตามกฎหมายและรับการเยียวยาอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน ผู้นำชุมชนท้องถิ่นและหน่วยกู้ภัยได้ร่วมกันจัดพิธีสวดอภิธรรมเล็ก ๆ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ที่จากไป และระดมทุนช่วยเหลือครอบครัวของผู้ตาย
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญต่อการจัดการหน้างานภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียง ว่าการดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพของผู้ที่เสียสละทำงานช่วยเหลือประชาชนต้องได้รับการเอาใจใส่เท่าเทียมกับการจัดเตรียมอุปกรณ์และทรัพยากร เพราะการสูญเสียอาสาสมัครไม่เพียงแต่ทำให้ครอบครัวต้องสูญเสีย แต่ยังลดขวัญและกำลังใจของเครือข่ายบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ด้วย เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบระบุว่าจะนำบทเรียนครั้งนี้ไปปรับปรุงแผนการบริหารอาสาสมัครให้เข้มแข็งและปลอดภัยมากขึ้นต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักลงทุนรัสเซียผุดซื้อคอนโดพัทยาเพิ่ม แม้ตลาดต่างชาติในไทยชะลอตัว
pattaya · 08/29 19:08
เหตุวิวาทเรือเร็วเกาะล้านขณะช่วงแย่งนักท่องเที่ยว ทำลายบรรยากาศท่องเที่ยวหน้าเกาะ
pattaya · 08/29 19:08
นักท่องเที่ยวรัสเซียหมดสติในห้องน้ำพัทยาพบผงสีขาวที่จมูก เพื่อนขัดขวางส่งโรงพยาบาล
pattaya · 08/29 19:08
ภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยวอิสราเอลพุ่ง 52% ในเดือนก.ค. นักท่องเที่ยวเปลี่ยนโครงสร้างตลาด
phuket · 08/29 13:04
ตลาดนาคาเปิดเวทีเล็กสู่เวทีโลก นักดนตรีภูเก็ตใช้พื้นที่ชุมชนก้าวสู่ความสำเร็จ
phuket · 08/29 13:04